กลับไปหน้าบทความ
ประกันอุบัติเหตุคนงานก่อสร้างประกันอุบัติเหตุประกันก่อสร้างประกันภัยเงินทดแทนGroup PAconstruction insurance

ประกันอุบัติเหตุคนงานก่อสร้าง: คุ้มครองอะไรบ้าง และเลือกอย่างไรให้ครบทุกกรณี

Featured image for construction-worker-accident-insurance
Siam Advice Firm
อ่าน 1 นาที

ประกันอุบัติเหตุคนงานก่อสร้าง: คุ้มครองอะไรบ้าง และเลือกอย่างไรให้ครบทุกกรณี

งานก่อสร้างเป็นอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุสูงที่สุดกลุ่มหนึ่งของประเทศ ทั้งการตกจากที่สูง วัสดุก่อสร้างหล่นทับ และการบาดเจ็บจากเครื่องจักรหน้างาน อย่างไรก็ตาม หลายผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการยังเข้าใจว่ากรมธรรม์ที่มีอยู่คุ้มครองคนงานครบถ้วนแล้ว ทั้งที่ความเป็นจริงมีช่องว่างที่อาจกลายเป็นภาระค่าใช้จ่ายหลักล้านได้ง่าย ๆ

บทความนี้วิเคราะห์ว่าประกันอุบัติเหตุคนงานก่อสร้างควรคุ้มครองอะไรบ้าง ช่องว่างของการคุ้มครองตามกฎหมายคืออะไร และควรออกแบบแผนความคุ้มครองอย่างไรให้เหมาะกับหน้างานจริง

อุบัติเหตุหน้างานก่อสร้างกระทบใครบ้าง

เมื่อเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงบนไซต์งาน ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวคนงาน แต่กระเพื่อมถึงอย่างน้อยสามฝ่าย

ฝ่ายแรกคือคนงานและครอบครัว การบาดเจ็บรุนแรงหมายถึงรายได้ที่หายไประหว่างรักษาตัว ค่ารักษาพยาบาลที่เกินเพดาน และในกรณีทุพพลภาพถาวรหรือเสียชีวิต คือภาระทางการเงินของครอบครัวทั้งชีวิต

ฝ่ายที่สองคือผู้รับเหมา ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่กฎหมายไม่คุ้มครอง เผชิญการหยุดชะงักของงาน และอาจถูกฟ้องร้องจากครอบครัวของคนงานเพิ่มเติมในทางแพ่ง

ฝ่ายที่สามคือเจ้าของโครงการ ในหลายกรณีกฎหมายถือว่าเจ้าของงานมีส่วนรับผิดร่วม โดยเฉพาะเมื่อการเลือกผู้รับเหมาหรือการกำกับดูแลความปลอดภัยมีข้อบกพร่อง

สิ่งที่พบบ่อยคือ หลายโครงการถือประกันภัย CAR (Contractor's All Risks)แล้วเข้าใจว่าคนงานได้รับความคุ้มครองเต็มที่ แต่โครงสร้างหลักของกรมธรรม์ CAR คุ้มครองสิ่งก่อสร้าง วัสดุ และเครื่องจักรเป็นหลัก ส่วนการบาดเจ็บของบุคลากรต้องพิจารณาจากความคุ้มครองอื่นประกอบ

ช่องว่างของ พ.ร.บ.เงินทดแทน ที่งานก่อสร้างต้องรู้

ประกันภัยเงินทดแทนแรงงานตาม พ.ร.บ.เงินทดแทนคือหลักประกันขั้นต่ำที่นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้าง โดยดูแลค่าทดแทนระหว่างรักษาตัวซึ่งโดยทั่วไปอยู่ราว 60–70 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างพื้นฐาน ค่าทำศพ ทุพพลภาพถาวร และค่ารักษาพยาบาลตามเพดานที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม สำหรับหน้างานก่อสร้าง มีข้อจำกัดสำคัญอย่างน้อยสี่ข้อ

หนึ่ง ใช้ได้กับลูกจ้างที่ขึ้นทะเบียนเท่านั้น ลักษณะงานก่อสร้างมีแรงงานรายวัน ช่างรับเหมาช่วง และผู้รับเหมาช่วงรายย่อยจำนวนมาก ซึ่งมักไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกองทุนเงินทดแทนของผู้รับเหมาหลัก เมื่อเกิดเหตุ บุคคลเหล่านี้ไม่ได้รับความคุ้มครองจากกองทุน และภาระตกอยู่กับผู้ว่าจ้างโดยตรง

สอง เพดานความคุ้มครองต่ำกว่าความเสียหายจริง ค่าทดแทนคำนวณจากค่าจ้างพื้นฐานตามหลักเกณฑ์กฎหมาย และค่ารักษาพยาบาลมีเพดานต่อปี ในขณะที่อุบัติเหตุร้ายแรงบนไซต์งาน เช่น การตกจากความสูงหรือการถูกเหล็กฉากหล่นทับ มักสร้างค่าใช้จ่ายรักษาและการฟื้นฟูที่เกินเพดานหลายเท่า

สาม ไม่คุ้มครองการเรียกร้องเพิ่มเติมทางแพ่ง ครอบครัวของคนงานสามารถฟ้องผู้รับเหมาหรือเจ้าของโครงการเพื่อเรียกค่าเสียหายส่วนที่เกินกว่าเงินทดแทนได้ ซึ่งกองทุนเงินทดแทนไม่ได้รับผิดแทนในส่วนนี้

สี่ ไม่คุ้มครองผู้เกี่ยวข้องนอกระบบลูกจ้าง เจ้าของโครงการ วิศวกร ผู้คุมงาน หรือผู้มาเยี่ยมหน้างาน ไม่ได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ.เงินทดแทนของผู้รับเหมา

เมื่อพิจารณาสี่ข้อนี้เข้าด้วยกัน จะเห็นว่าการพึ่งความคุ้มครองตามกฎหมายเพียงอย่างเดียว คือการเปิดช่องให้ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของงานก่อสร้างยังคงอยู่

ออกแบบความคุ้มครองคนงานก่อสร้างแบบ 3 ชั้น

จากประสบการณ์วางแผนความคุ้มครองให้โครงการก่อสร้าง เราแนะนำโครงสร้างความคุ้มครองสามชั้นที่ทำงานร่วมกัน

ชั้นที่ 1 เงินทดแทนตามกฎหมายให้ครบก่อน

ขั้นแรกคือทำให้ฐานบังคับของกฎหมายมั่นคง ทั้งการขึ้นทะเบียนลูกจ้างให้ครบถ้วน การเสียเงินสมทบตรงเวลา และการทวนสอบว่าผู้รับเหมาช่วงทุกรายมีหลักประกันตามที่สัญญากำหนด หากฐานนี้ไม่แน่น ความคุ้มครองชั้นอื่นจะทำงานหนักกว่าที่ควร

ชั้นที่ 2 ประกันอุบัติเหตุกลุ่มเสริมให้คนหน้างาน

ประกันอุบัติเหตุกลุ่ม (Group Personal Accident) คือเครื่องมือเติมส่วนที่หายไป โดยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลส่วนเกิน กรณีทุพพลภาพ และกรณีเสียชีวิต ในวงเงินที่สอดคล้องกับความเสี่ยงจริงของหน้างาน สิ่งสำคัญที่ต้องตรวจสอบกับผู้รับประกันคือ กลุ่มอาชีพ (occupation class) ของคนงานก่อสร้างซึ่งจัดเป็นอาชีพความเสี่ยงสูง และข้อยกเว้นเกี่ยวกับการทำงานที่ความสูง (work at height) ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นของอุบัติเหตุในอุตสาหกรรมนี้ และมักถูกยกเว้นหากไม่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์แต่แรก

ชั้นที่ 3 ความรับผิดต่อบุคคลที่สามและความเสียหายต่องาน

ชั้นบนสุดคือความคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลที่สาม (Third Party Liability) ที่ตอบโจทย์การฟ้องร้องจากครอบครัวคนงานหรือบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย ประกอบกับประกันภัยงานก่อสร้างแบบครบวงจรที่ดูแลความเสียหายต่อตัวงานและวัสดุ การจัดชุดควบคู่กันนี้ทำให้ทั้งคน ทรัพย์สิน และความรับผิดของทุกฝ่ายในโครงการได้รับการคุ้มครองโดยไม่ซ้อนทับกันเกินจำเป็น

สรุปประเด็นสำคัญ

  • กรมธรรม์ CAR คุ้มครองตัวงานและวัสดุเป็นหลัก ไม่ใช่ความคุ้มครองหลักของบุคลากรหน้างาน
  • พ.ร.บ.เงินทดแทนมีข้อจำกัดทั้งเรื่องการขึ้นทะเบียน เพดานความคุ้มครอง และการเรียกร้องเพิ่มเติมทางแพ่ง
  • ประกันอุบัติเหตุกลุ่มเติมส่วนที่หายไป แต่ต้องตรวจกลุ่มอาชีพและข้อยกเว้นการทำงานที่ความสูง
  • ความรับผิดต่อบุคคลที่สามคือชั้นคุ้มครองที่มักถูกลืม แต่เป็นตัวแปรของคดีความที่ใหญ่ที่สุด
  • โครงสร้าง 3 ชั้นควรออกแบบจากลักษณะงานจริง เช่น ความสูงของโครงการ จำนวนแรงงานรายวัน และโครงสร้างผู้รับเหมาช่วง

ปรึกษาการออกแบบความคุ้มครองหน้างานก่อสร้าง

ทุกไซต์งานมีโครงสร้างความเสี่ยงต่างกัน ทั้งขนาดโครงการ ลักษณะงานที่ความสูง และโครงสร้างแรงงาน การวางแผนที่ถูกต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ความเสี่ยงของหน้างานจริงก่อนเสมอ

ทีมที่ปรึกษาของ Siam Advice Firm พร้อมวิเคราะห์และออกแบบแผนความคุ้มครองให้เหมาะกับโครงการของคุณ ปรึกษาฟรีทาง LINE OA @siamadvicefirm หรือขอใบเสนอราคาผ่านแบบฟอร์มในเว็บไซต์

แบบประเมินประกันก่อสร้าง

ก่อนเข้าหน้างานห้าง เอกสารประกันพร้อมยื่นหรือยัง?

ตอบ 8 คำถามเพื่อเช็กวงเงินความรับผิด ชื่อห้าง/ผู้ว่าจ้าง ระยะเวลางาน และเอกสารที่ควรส่งให้ห้างตรวจ

เข้าหน้างานTPLหนังสือรับรอง
เริ่มทำแบบประเมิน

ตัวอย่างผลลัพธ์

เรื่องที่ควรเช็ก 172
เรื่องที่ควรเช็ก 248
เรื่องที่ควรเช็ก 336

บทความที่เกี่ยวข้อง

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี เพื่อความมั่นคงของธุรกิจคุณ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด