กลับไปหน้าบทความ
construction-all-risks-insuranceconstruction-all-riskความเสี่ยงอุตสาหกรรมrisk

Vibration & Removal of Support: ความเสี่ยงก่อสร้างที่ CAR Insurance ต้องคุ้มครอง

Vibration & Removal of Support: ความเสี่ยงก่อสร้างที่ CAR Insurance ต้องคุ้มครอง
Siam Advice Firm
อ่าน 2 นาที

ปี 2562 โครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมในย่านสุขุมวิท กรุงเทพฯ ใช้รถขุดดินขนาดใหญ่เจาะเสาเข็มในพื้นที่แคบ ห่างจากอาคารพาณิชย์ข้างเคียงเพียง 3 เมตร การสั่นสะเทือนทำให้ผนังอาคารข้างเคียงแตกร้าว ฝ้าเพดานหล่น และรากฐานเกิดการทรุดตัว เจ้าของอาคารข้างเคียงฟ้องร้องผู้รับเหมาเรียกค่าเสียหาย 14.5 ล้านบาท

ตลาดประกันภัยวิศวกรรม (Engineering Insurance) ไทยเติบโตอย่างต่อเนื่องตามโครงการ EEC อสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ (6Wresearch) — และ Third Party Liability (TPL) สำหรับความเสียหายต่อโครงสร้างข้างเคียงเป็นหนึ่งในความเสี่ยงที่เจ้าของโครงการมองข้ามมากที่สุด


ทำความเข้าใจ Extension: Vibration, Removal or Weakening of Support

Extension นี้คือการคุ้มครองเพิ่มเติมใน Section II TPL

กรมธรรม์ CAR มาตรฐานประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก:

  • Section I: Material Damage — ความเสียหายต่อทรัพย์สินในโครงการ
  • Section II: Third Party Liability (TPL) — ความรับผิดต่อบุคคลที่สาม

ใน Section II มาตรฐาน ความเสียหายที่เกิดจากการสั่นสะเทือน (Vibration) หรือการรื้อถอนการค้ำยัน (Removal or Weakening of Support) มักถูกยกเว้น โดย Default เพราะเป็นความเสี่ยงที่คาดเดาได้และบริษัทประกันต้องการ Underwrite แยกต่างหาก

ผู้รับเหมาที่ทำงานใกล้โครงสร้างข้างเคียงต้องซื้อ Extension นี้โดยเฉพาะ โดยระบุ:

  • ขอบเขตความคุ้มครอง (Limit of Indemnity per Occurrence)
  • ประเภทงานที่ก่อให้เกิดการสั่นสะเทือน (เสาเข็ม, ระเบิด, ขุดดิน)
  • รัศมีโครงสร้างข้างเคียงที่ต้องการคุ้มครอง

ความเสี่ยงหลักที่ Extension นี้ครอบคลุม

  • Vibration จากการตอกเสาเข็ม (Pile Driving): รถตอกเสาเข็มแบบ Impact Hammer ก่อให้เกิดคลื่นสั่นสะเทือนในดิน ทำให้โครงสร้างข้างเคียงแตกร้าว
  • Vibration จากการระเบิด (Blasting): ใช้ในงานหินหรืองานใต้ดิน
  • Removal of Support จากงานขุดดิน (Excavation): เมื่อขุดดินลึก ดินที่เคยค้ำยันฐานรากข้างเคียงหายไป ทำให้เกิดการทรุดตัว
  • Dewatering Effects: การสูบน้ำใต้ดินออกอาจทำให้ดินยุบและโครงสร้างข้างเคียงทรุด

Vibration Monitoring: มาตรการที่บริษัทประกันมักกำหนด

เมื่อซื้อ Extension นี้ บริษัทประกันมักกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติม (Conditions) ที่ผู้รับเหมาต้องปฏิบัติ:

  • Pre-Construction Survey: สำรวจและบันทึกสภาพโครงสร้างข้างเคียงก่อนเริ่มงาน เพื่อเป็นหลักฐานเปรียบเทียบ
  • Vibration Monitoring: ติดตั้ง Seismograph วัดความสั่นสะเทือนระหว่างงาน และกำหนด Peak Particle Velocity (PPV) ที่ยอมรับได้
  • Settlement Monitoring: ติดตั้ง Survey Pins วัดการทรุดตัวของโครงสร้างข้างเคียง
  • Work Method Statement: จัดทำ Method Statement ที่อธิบายวิธีควบคุมการสั่นสะเทือน

เอกสารเหล่านี้มีความสำคัญมากเมื่อเกิดการเคลม — เพราะหากไม่มีหลักฐาน Pre-Construction Survey บริษัทประกันอาจโต้แย้งว่าความเสียหายที่เรียกร้องมีอยู่ก่อนโครงการเริ่ม

ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?

ปรึกษาฟรี

บริบทกฎหมายไทย: ความรับผิดผู้รับเหมาต่อโครงสร้างข้างเคียง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 434 กำหนดความรับผิดของเจ้าของสิ่งปลูกสร้างหรือบุคคลที่ดูแลรักษาสิ่งปลูกสร้างที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่น

มาตรา 420 กำหนดหลักความรับผิดทางละเมิดทั่วไป — ผู้กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้ผู้อื่นเสียหายต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

ในทางปฏิบัติ คดีความเสียหายต่อโครงสร้างข้างเคียงมักตัดสินว่าผู้รับเหมาต้องรับผิด เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าใช้ความระมัดระวังอย่างเพียงพอ (Reasonable Care) และความเสียหายเกิดจากสาเหตุที่ไม่อาจป้องกันได้


กรณีศึกษา: เสาเข็มทำฐานรากข้างเคียงทรุด

สถานการณ์จำลองตามหลักเกณฑ์จริง

โครงการก่อสร้างโรงแรมในพัทยาต้องตอกเสาเข็มในพื้นที่ที่มีร้านค้าข้างเคียงทั้งสองฝั่ง ผู้รับเหมาซื้อ CAR พร้อม TPL Vibration Extension วงเงิน 20 ล้านบาท และทำ Pre-Construction Survey บันทึกสภาพอาคารข้างเคียงทั้งหมด

ระหว่างการตอกเสาเข็ม ร้านค้าด้านซ้ายรายงานว่าผนังแตกร้าว เจ้าของร้านเรียกค่าเสียหาย 8 ล้านบาท

ขั้นตอน Loss Adjuster:

  1. เปรียบเทียบรูปถ่าย Pre-Construction Survey กับสภาพปัจจุบัน — พบว่ารอยแตกเดิม 30% มีอยู่ก่อนงาน
  2. ตรวจสอบบันทึก Vibration Monitoring — ค่า PPV ไม่เกินมาตรฐาน DIN 4150 ที่กำหนด
  3. ชดเชยความเสียหายเฉพาะส่วนที่เกิดใหม่: 5.6 ล้านบาท

บทเรียน: Pre-Construction Survey ช่วยลดความรับผิดได้ 30% ในกรณีนี้


Checklist: ก่อนเริ่มงานใกล้โครงสร้างข้างเคียง

  1. ระบุระยะห่างจากโครงสร้างข้างเคียงทั้งหมด — โครงสร้างใดอยู่ภายใน 10 เมตรคือความเสี่ยงสูง
  2. ทำ Pre-Construction Survey ก่อนวันแรกของงาน — จ้าง Structural Engineer ที่เป็น Third Party ทำ Survey และบันทึกภาพ/วิดีโอ
  3. ซื้อ Vibration & Removal of Support Extension ใน TPL ก่อนเริ่มงาน — ไม่สามารถเพิ่ม Extension หลังเกิดความเสียหายแล้ว
  4. ติดตั้ง Vibration Monitoring ตลอดระยะเวลางาน — บันทึกผล PPV ทุกวัน
  5. จัดทำ Method Statement สำหรับงานที่ก่อสั่นสะเทือน — เป็นเอกสารสำคัญในกระบวนการเคลม

การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่การซื้อประกัน แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงให้ธุรกิจของคุณ — Siam Advice Firm พร้อมเป็นที่ปรึกษาเคียงข้างคุณ ด้วยประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมและ B2B อย่างครบวงจร

หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่ LINE: @siamadvicefirm ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

construction-all-risks-insurancecar-insurance

วัสดุก่อสร้างนอกสถานที่: ช่องว่างใน CAR Insurance ที่ผู้รับเหมาต้องรู้

วัสดุก่อสร้างที่เก็บนอกสถานที่มักตกหล่นจากความคุ้มครอง CAR — ทำความเข้าใจขอบเขต Site Plan และวิธีเพิ่มความคุ้มครองก่อนโครงการเริ่มต้น

1 เม.ย. 2569
อ่านต่อ
construction-all-risks-insuranceconstruction-all-risk

CAR Insurance กับภัยธรรมชาติ: น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว ครอบคลุมหรือไม่

CAR Insurance ครอบคลุมภัยธรรมชาติบางประเภท แต่มี Deductible พิเศษและเงื่อนไขที่แตกต่างกันในแต่ละ Extension ผู้รับเหมาต้องเข้าใจ Flood Zone และ Earthquake Risk ก่อนทำโครงการ

25 มี.ค. 2569
อ่านต่อ
construction-all-risks-insuranceconstruction-all-risk

กรณีศึกษา Scaffolding ถล่มในไซต์ก่อสร้าง: บทเรียน CAR และ TPL

Scaffolding ล้มในไซต์ก่อสร้างคือเหตุการณ์ที่เกิดบ่อยกว่าที่คิด บทเรียนจากกรณีศึกษาจริงชี้ให้เห็นว่า CAR Insurance ที่ดีต้องมีทั้ง Material Damage และ TPL ที่เพียงพอ

22 มี.ค. 2569
อ่านต่อ

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี เพื่อความมั่นคงของธุรกิจคุณ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด