กลับไปหน้าบทความ
โดนลูกค้าฟ้องPL Lawประกันผลิตภัณฑ์รับผิดชอบร่วมกัน

ลูกค้าฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสินค้าพัง ใครต้องจ่าย? ทำความเข้าใจภาระทางกฎหมาย

ลูกค้าฟ้องเรียกค่าเสียหายจากสินค้าพัง ใครต้องจ่าย? ทำความเข้าใจภาระทางกฎหมาย
Siam Advice Firm
อ่าน 1 นาที

เป็นเรื่องน่าปวดหัวขั้นสุดสำหรับผู้ประกอบการ เมื่อจู่ๆ ก็มีจดหมายเตือน (Notice) จากทนายความของลูกค้า ส่งมาเรียกร้องค่าเสียหายหลักล้านบาท โดยอ้างว่า "สินค้าของแบรนด์คุณ ทำให้ลูกค้าบาดเจ็บ หรือไฟไหม้บ้านพินาศ"

พอมาเจรจากัน เจ้าของแบรนด์ก็บอกว่า "ฉันไม่ได้ผลิตเอง โรงงาน OEM เป็นคนทำ", ฝั่งผู้นำเข้าก็อ้างว่า "ฉันแค่รับจากจีนมาขาย" ... สรุปแล้ว ถ้าเรื่องหลุดไปถึงศาลผู้บริโภค "ใครกันแน่ที่ต้องเป็นคนควักเงินจ่าย?"

กฎหมายจับทุกคนมัดรวมกัน (Joint and Several Liability)

ตาม พรบ.ความรับผิดต่อสินค้า (PL Law) ของไทย กฎหมายไม่ได้แคร์หรอกครับว่าหลังบ้านคุณจะแบ่งงานกันยังไง เพราะเขาเลือกปกป้อง "ความสะดวกของผู้บริโภค" เป็นหลัก กฎหมายจึงใช้เกณฑ์ที่เรียกว่า "ความรับผิดร่วมกันและแทนกันได้"

ผู้บริโภคสามารถชี้เป้าฟ้องร้อง "ใครก็ได้" ที่อยู่ในห่วงโซ่นั้น เพื่อเอาผิดและเรียกเงินให้เต็มจำนวน หากคนหนึ่งโดนชี้เป้า ศาลสามารถสั่งให้คนนั้นจ่ายแทนทั้งก้อนไปก่อนได้เลย คนที่อยู่ในรายชื่อล่อเป้า ได้แก่:

  1. ผู้ผลิต (Manufacturer): ทั้งคนผลิตตัวสินค้า และคนผลิตชิ้นส่วนประกอบ
  2. ผู้ว่าจ้างผลิต (Brand Owner): คนที่เอาแบรนด์ตัวเองหรือโลโก้ไปแปะบนสินค้า
  3. ผู้นำเข้า (Importer): หากสินค้านั้นเอามาจากต่างประเทศ ผู้นำเข้าต้องรับหน้าแทนผู้ผลิตต่างแดน 100%
  4. ผู้ขาย (Seller): หากไม่สามารถระบุตัวคนผลิตหรือผู้นำเข้าได้ กฎหมายให้สิทธิ์ลูกค้าฟ้องผู้ขาย/ร้านค้าโดยตรงได้เลย!

ถ้าคุณโดน "แจ็กพอต" จะเอาชีวิตรอดได้อย่างไร?

สมมติว่าคุณเป็นผู้นำเข้า แล้วบังเอิญศาลตัดสินให้คุณต้องควักกระเป๋าตัวเอง จ่ายค่าเสียหายให้ลูกค้า 5 ล้านบาท (เพราะกฎหมายเข้าข้างผู้ใช้สินค้า)... คุณจะทำอย่างไร?

ทางรอดที่ 1 (ยาก): ไปไล่เบี้ยเอาจากคนอื่น ตามกฎหมาย คุณมีสิทธิ์ไปตามฟ้องร้องโรงงานผู้ผลิตที่เมืองนอก เพื่อขอเงิน 5 ล้านมาคืนคุณ แต่วิธีนี้ใช้เวลาเป็นปีและมีค่าใช้จ่ายทางศาลมหาศาล

ทางรอดที่ 2 (ง่ายและจบประเด็น): มีประกัน Product Liability หากบริษัทของคุณติดเกราะ ประกันความรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ (Product Liability) เอาไว้ พอจดหมายทนายจากลูกค้าบินมาถึงโต๊ะทำงาน... คุณแค่ "ส่งหลักฐานให้บริษัทประกันจัดการ"

  • ประกันจะส่งทนายความสายตรงเข้าไปเจรจากับลูกค้า
  • ประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน (ค่าชดเชยที่ศาลสั่ง) ให้ลูกค้าแทนคุณทั้งหมด
  • ประกันจะช่วยจ่ายค่าขึ้นศาลและค่าวิชาชีพกฎหมายให้ครอบคลุมตามวงเงินกรมธรรม์
แบบประเมิน Product Liability

ถ้าสินค้าเกิดปัญหา ธุรกิจต้องรับผิดอะไรบ้าง?

เช็ก Product Liability, Product Recall, ข้อกำหนดจากคู่ค้า และเอกสารสินค้าใน 2 นาที

PLRecallเอกสารสินค้า
เริ่มทำแบบประเมิน

ตัวอย่างผลลัพธ์

เรื่องที่ควรเช็ก 172
เรื่องที่ควรเช็ก 248
เรื่องที่ควรเช็ก 336

บทสรุป

การทำธุรกิจให้เติบโต คือการวิ่งหารายได้ แต่การทำธุรกิจให้ "ยั่งยืน" คือการอุดรอยรั่วความเสี่ยง เหมือนดั่งที่องค์กรใหญ่ๆ ทำ ประกันความเสี่ยงภัยทุกชนิด (IAR) ไว้คุ้มครองทรัพย์สินตัวเอง ธุรกิจ SME ก็ควรมี Product Liability ไว้คุ้มครองเงินในกระเป๋าตัวเองในยามที่โดนลูกค้าฟ้องร้องเช่นกันครับ


อย่ารอให้โดนฟ้องก่อนแล้วค่อยหาทางแก้! ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรจาก Siam Advice Firm (LINE: @siamadvicefirm) เพื่อประเมินว่าธุรกิจของคุณอยู่จุดไหนของห่วงโซ่ความเสี่ยง และควรซื้อความคุ้มครองเท่าไหร่ถึงจะคุ้มค่าที่สุด!

บทความที่เกี่ยวข้อง

เครื่องสำอางหน้าพังเจ้าของแบรนด์ครีม

เจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางควรรู้: ถ้าลูกค้าแพ้ครีมหน้าพัง ประกันคุ้มครองหรือไม่?

กระแสรักษ์สวยรักษ์งามทำให้ SME ผุดแบรนด์สกินแคร์เพียบ! แต่ถ้ายอดขายปังแล้วดันเจอลูกค้าแพ้สารสกัดจนหน้าพังเรียกร้องค่าเสียหาย ประกันผลิตภัณฑ์จะช่วยปกป้องคุณไหม?

2 ก.ค. 2569
อ่านต่อ
แบรนด์อาหารเสริมอย

อย. ผ่านแล้ว ทำไมยังเสี่ยงโดนฟ้อง? ความพร้อมเรื่องประกันที่ SME อาหาร/อาหารเสริมต้องมี

ได้เลข อย. ไม่ได้แปลว่าเป็นยันต์กันฟ้อง! ทำไม SME อาหารและอาหารเสริมถึงยังต้องพึ่งพาประกันภัยคุ้มครองผลิตภัณฑ์ แม้จะผ่านการตรวจสอบจากรัฐมาแล้วก็ตาม?

17 มิ.ย. 2569
อ่านต่อ
คลินิกความงามร้านสปา

คลินิกความงาม & สปา: อุปกรณ์ทำคนไข้บาดเจ็บ ประกันตัวไหนรับผิดชอบ?

ให้บริการเลเซอร์หน้าใส แต่เครื่องมือพังจนช็อตลูกค้าหน้าไหม้! ความเสียหายนี้เป็นความผิดของหมอ หรือความผิดของเครื่องมือ? แกะรอยความคุ้มครองที่คลินิกต้องมี

7 พ.ค. 2569
อ่านต่อ

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี เพื่อความมั่นคงของธุรกิจคุณ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด