กลับไปหน้าบทความ
construction-all-risks-insuranceconstruction-all-riskประกันก่อสร้างCAR-insurance

CAR Insurance คืออะไร: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับโครงการก่อสร้างไทย

Siam Advice Firm
อ่าน 2 นาที

ปี 2563 โครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เกิดเหตุปั้นจั่นล้มทับรั้วและรถยนต์ของชาวบ้านข้างเคียง ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกกว่า 4 ล้านบาท บวกกับค่าซ่อมแซมในไซต์อีก 12 ล้านบาท หากโครงการนี้ไม่มี CAR Insurance พร้อม TPL Extension ผู้รับเหมาต้องจ่ายเองทั้งหมด ซึ่งอาจล้มละลายได้ในทันที

ตลาด Engineering Insurance ในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่องตามการลงทุนในโครงการ EEC โรงไฟฟ้า และรถไฟฟ้า (6Wresearch) ในสภาพแวดล้อมที่โครงการมีขนาดใหญ่ขึ้นและซับซ้อนขึ้น Contractors All Risks Insurance หรือ CAR Insurance จึงกลายเป็นกรมธรรม์มาตรฐานที่เจ้าของโครงการส่วนใหญ่กำหนดให้ผู้รับเหมาต้องมีก่อนเริ่มงาน


CAR Insurance ครอบคลุมอะไรบ้าง

CAR Insurance แบ่งโครงสร้างความคุ้มครองออกเป็น 2 Section หลัก บวกกับ Extensions เสริม

Section 1: Material Damage

Section 1 ครอบคลุมความเสียหายทางกายภาพของงานก่อสร้างและอุปกรณ์ในไซต์ ซึ่งรวมถึงความเสียหายจากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ พายุ น้ำท่วม การโจรกรรมของที่ติดตั้งในไซต์ และความผิดพลาดในการทำงาน (Faulty Workmanship) แต่ต้องระวังว่า Faulty Workmanship ที่ Section 1 ให้ครอบคลุมคือความเสียหายต่อส่วนอื่นของงาน ไม่ใช่ค่าแก้ไขชิ้นงานที่ผิดพลาดนั้นโดยตรง

"งานก่อสร้างมีความเสี่ยงในทุกช่วง ตั้งแต่วางรากฐานจนถึงส่งมอบงาน CAR Insurance ที่ดีต้องครอบคลุมตลอดระยะเวลาโครงการรวมถึง Maintenance Period" — แนวทางจาก Howden Thailand

Section 2: Third Party Liability (TPL)

Section 2 ครอบคลุมความรับผิดต่อบุคคลภายนอกไซต์งาน ทั้งการบาดเจ็บของบุคคล (Bodily Injury) และความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก (Property Damage) ตัวอย่างที่พบบ่อยในประเทศไทย ได้แก่ การตอกเสาเข็มที่ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนและทำให้อาคารข้างเคียงเสียหาย ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่แทบจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ในพื้นที่เมือง


Extensions ที่โครงการใหญ่ต้องพิจารณา

Delay in Start-Up (DSU) หรือ ALOP

เจ้าของโครงการที่ลงทุนในโรงงานหรือโรงไฟฟ้าต้องรู้จัก DSU Extension เพราะความเสียหายจากการล่าช้าในการเริ่มผลิตอาจสูงกว่าความเสียหายทางกายภาพของงาน ยกตัวอย่าง โรงไฟฟ้าที่มีกำหนดเริ่มจ่ายไฟฟ้าในเดือนมกราคม แต่เกิดอุบัติเหตุทำให้ล่าช้า 3 เดือน รายได้ที่สูญเสียไปต่อเดือนอาจนับสิบล้านบาท DSU/ALOP Extension ออกแบบมาเพื่อชดเชยรายได้ส่วนนี้

Contractor's Plant and Equipment (CP&E)

เครื่องจักรในไซต์ เช่น ปั้นจั่น รถขุด และเครื่องมือหนัก มีมูลค่าสูงและมีความเสี่ยงสูง CP&E Extension ครอบคลุมความเสียหายของเครื่องจักรเหล่านี้ แยกออกจาก Section 1 ที่ครอบคลุมงานถาวร ผู้รับเหมาควรตรวจสอบให้ชัดว่าเครื่องจักรใดอยู่ใน schedule และ Sum Insured ตรงกับมูลค่าทดแทนจริงหรือไม่

Vibration, Removal of Support, and Weakening of Support

Extension นี้สำคัญมากสำหรับโครงการในพื้นที่เมืองที่มีอาคารข้างเคียง การตอกเสาเข็มหรือการขุดดินลึกอาจทำให้โครงสร้างข้างเคียงเสียหายได้ โดยไม่มีการสัมผัสกันโดยตรง Standard CAR Policy ไม่ครอบคลุมส่วนนี้โดยอัตโนมัติ ต้องซื้อ Extension เพิ่ม

ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?

ปรึกษาฟรี

ข้อยกเว้นสำคัญที่ผู้รับเหมาต้องรู้

  • Faulty Design — หากความเสียหายเกิดจากการออกแบบที่ผิดพลาด ไม่ใช่การก่อสร้าง กรมธรรม์ CAR ปกติไม่ครอบคลุม
  • สงคราม การจลาจล และการก่อการร้าย — ต้องซื้อ Extension เพิ่มเติม
  • ความเสียหายที่เกิดจากการสึกหรอตามปกติ — ไม่ครอบคลุม
  • ช่วงหลัง Practical Completion ที่ยังไม่มี Maintenance Period Extension — งานที่ส่งมอบแล้วแต่อยู่ใน Defects Liability Period ต้องมีการต่อกรมธรรม์หรือซื้อ Extension เพิ่ม

Checklist ก่อนซื้อ CAR Insurance

  1. ระบุ Sum Insured อย่างถูกต้อง — ต้องเท่ากับมูลค่างานก่อสร้างทั้งหมด รวม Materials และ Labor ไม่ใช่แค่ค่า Contract
  2. กำหนด Period of Insurance ให้ครอบคลุมถึง Maintenance Period — โดยทั่วไป 12 เดือนหลัง Practical Completion
  3. ตรวจสอบ TPL Limit — ควรสัมพันธ์กับพื้นที่โครงการและมูลค่าทรัพย์สินข้างเคียง
  4. ระบุ All Insured ให้ครบ — รวมเจ้าของโครงการ ผู้รับเหมาหลัก และ Sub-contractors ทุกราย
  5. พิจารณา DSU Extension — โดยเฉพาะโครงการที่มี Revenue Stream ขึ้นอยู่กับวันเปิดดำเนินการ
  6. ตรวจสอบ Deductible ในแต่ละ Section — Deductible ของ TPL มักต่างจาก Section 1 อย่างมีนัย

สรุป: CAR Insurance คือรากฐานของการบริหารความเสี่ยงในโครงการก่อสร้าง

สำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการในประเทศไทย CAR Insurance ที่ออกแบบมาอย่างถูกต้องไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา แต่คือเครื่องมือที่ปกป้องทั้งงบประมาณโครงการและชื่อเสียงทางธุรกิจ หากคุณเป็นผู้จัดการโครงการหรือ CFO ที่กำลังจะเริ่มโครงการก่อสร้างใหม่ การหารือกับโบรกเกอร์ที่เชี่ยวชาญ Engineering Insurance ตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ได้ coverage ที่เหมาะสมในราคาที่ยุติธรรม

ที่มา: 6Wresearch (Engineering Insurance Thailand growth) | Howden Thailand (CAR/EAR structure) | ตลาดวินาศภัยไทย TIRD 2024

บทความที่เกี่ยวข้อง

construction-all-risks-insuranceconstruction-all-risk

EAR vs CAR Insurance: วิศวกรโครงการต้องรู้ความต่างก่อนเริ่มงาน

CAR Insurance คือประกันงานโยธา EAR Insurance คือประกันงานติดตั้งเครื่องจักรและระบบไฟฟ้า การเลือกผิดประเภทอาจทำให้ Coverage ขาดช่วงในส่วนที่สำคัญที่สุดของโครงการ

12 มี.ค. 2569
อ่านต่อ
​-ประกัน-carconstruction-all-risk

วิธีซื้อประกันการก่อสร้างของเจ้าของโครงการหรือผู้รับเหมา

## วิธีซื้อประกันการก่อสร้างของเจ้าของโครงการหรือผู้รับเหมา <b> </b><span class="s1">การก่อสร้างทุกประเภทย่อมต้องใช้ระยะเวลาในการดูแลและก่อสร้างเป็นระยะที่...

8 มิ.ย. 2564
อ่านต่อ
​-ประกัน-carconstruction-all-risk

บทบาทของวิศวกรที่ปรึกษา (Engineering Consultant) กับผลกระทบต่อการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (เคลม)

## บทบาทของวิศวกรที่ปรึกษา (Engineering Consultant) กับผลกระทบต่อการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน (เคลม) <span class="s1">การออกแบบการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง</span...

17 พ.ค. 2564
อ่านต่อ

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี เพื่อความมั่นคงของธุรกิจคุณ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด