เดือนมิถุนายน 2565 ตู้สินค้าบรรจุผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็งมูลค่า 8 ล้านบาทของผู้ส่งออกรายหนึ่งในสมุทรสาคร ถูกน้ำทะเลเข้าในระหว่างขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังท่าเรือโตเกียว ระบบทำความเย็นเสียหายบางส่วนและสินค้าบางส่วนต้องทิ้ง ผู้ส่งออกซื้อประกันไว้ในอัตรา ICC C ซึ่งไม่ครอบคลุมน้ำทะเลเข้า (Seawater Entry) เว้นแต่เกิดจากการจมของเรือทั้งลำ ผลคือได้รับเงินชดเชยศูนย์บาท
กรณีแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกว่าที่ผู้ส่งออกจะคาดในตลาด ประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล (Marine Cargo) ไทยที่มีมูลค่า 6.93 พันล้านบาท (Statista 2023) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตลาด Marine Insurance ในเอเชีย-แปซิฟิกที่คิดเป็น 28% ของตลาดโลก (Insurance Asia 2023) ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ ICC Clauses จึงไม่ใช่แค่ความรู้ทางเทคนิค แต่คือความแตกต่างระหว่างการเคลมสำเร็จและการสูญเสียครั้งใหญ่
ICC A, B, C: ความต่างที่ผู้ส่งออกต้องรู้
ICC C: ความคุ้มครองพื้นฐาน — Named Perils เท่านั้น
ICC C ครอบคลุมเฉพาะความเสี่ยงที่ระบุไว้ชัดเจน ได้แก่ ไฟไหม้หรือระเบิด การเกยตื้นของเรือ การชนของพาหนะ การโยนสินค้าทิ้งทะเล (Jettison) และ General Average เท่านั้น ความเสียหายอื่น เช่น การขโมย น้ำเข้า หรือสินค้าแตกหักจากการจัดการ ไม่ได้รับความคุ้มครอง ICC C เหมาะสำหรับสินค้าที่มีความเสี่ยงต่ำมากและราคาถูก
ICC B: ขยายความคุ้มครองแต่ยังมีช่องว่าง
ICC B เพิ่มการครอบคลุมแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม การตกหล่น และน้ำเข้า (Washing Overboard) แต่ยังไม่ครอบคลุมการโจรกรรมและความเสียหายต่อชิ้น (Shortage/Pilferage) ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักในการขนส่งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หรือสินค้ามีค่า
ICC A: All Risks — ครอบคลุมทุกความเสี่ยงยกเว้นที่ระบุยกเว้น
"ICC A ครอบคลุมทุก loss หรือ damage ที่เกิดขึ้นกับสินค้า ยกเว้นที่ระบุไว้ในข้อยกเว้น ซึ่งเป็นหลักการกลับด้านจาก ICC B และ C อย่างสิ้นเชิง" — Institute Cargo Clauses (Lloyd's Market Association)
ICC A เป็น clause ที่ผู้ส่งออกสินค้ามีมูลค่าสูงควรใช้ ครอบคลุมการโจรกรรม การแตกหัก การรั่วซึม น้ำเข้า และความเสียหายอื่นๆ โดยภาระพิสูจน์อยู่ที่ผู้ประกันว่าจะอ้างข้อยกเว้นใด ข้อยกเว้นหลักของ ICC A ได้แก่ ความเสียหายที่เกิดจากความเลินเล่อของผู้เอาประกัน บรรจุภัณฑ์ไม่เพียงพอ สงคราม การนัดหยุดงาน และการเน่าเสียโดยธรรมชาติ (Inherent Vice)
Port Gap: ความเสี่ยงที่ผู้ส่งออกมักมองข้าม
ภายใต้เงื่อนไข CIF (Cost, Insurance, Freight) ความรับผิดชอบของผู้ส่งออกสิ้นสุดที่ท่าเรือปลายทาง แต่กรมธรรม์ของผู้ซื้อมักเริ่มนับตั้งแต่หลังผ่านพิธีศุลกากรเรียบร้อยแล้ว ช่วงเวลาระหว่างสินค้าขึ้นฝั่งจนถึงผ่านศุลกากร ซึ่งอาจใช้เวลา 3–7 วัน คือ Port Gap ที่ไม่มีกรมธรรม์ใดคุ้มครอง ทั้งสองฝ่ายต้องตกลงกันให้ชัดเจนว่าใครรับผิดชอบช่วงเวลานี้
ICC A/B/C ที่ซื้อไว้เหมาะกับสินค้าคุณไหม?
เช็กเหตุที่คุ้มครอง ข้อยกเว้น และจุดที่ All Risks อาจไม่ได้ตอบทุกกรณี
ตัวอย่างผลลัพธ์
Open Cover กับ Single Shipment Policy: เลือกอะไรดี
สำหรับผู้ส่งออกที่มีปริมาณ Shipment สูง Open Cover Policy คือทางเลือกที่คุ้มค่ากว่า เพราะครอบคลุมทุก Shipment โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องแจ้งทุกครั้ง ในขณะที่ Single Shipment Policy เหมาะสำหรับการส่งออกครั้งแรกหรือสินค้าพิเศษที่ต้องการ Terms เฉพาะเจาะจง การเลือก Open Cover ยังช่วยให้ได้อัตราเบี้ยที่ดีกว่าเมื่อคำนวณต่อ Shipment เนื่องจากประกันสามารถ Price Risk ได้ดีกว่าจากปริมาณ Shipment ที่สม่ำเสมอ
Checklist ก่อนจัดทำ ประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล (Marine Cargo) Insurance
- กำหนด Incoterms ให้ชัดเจน — เพื่อระบุว่าความเสี่ยงโอนไปยังผู้ซื้อตรงจุดไหน
- เลือก ICC Clause ให้ตรงกับสินค้าและความเสี่ยง — สินค้ามีมูลค่าหรืออ่อนไหวควรใช้ ICC A
- ตรวจสอบ Sum Insured รวม CIF+10% — ธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปเพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากเกิดความเสียหาย
- ระบุวิธีบรรจุภัณฑ์ในกรมธรรม์ — เพราะบรรจุภัณฑ์ไม่เพียงพอคือข้อยกเว้นที่ใช้ปฏิเสธการเคลมบ่อยที่สุด
- แจ้งลักษณะสินค้าพิเศษ — สินค้าที่เน่าเสียได้ สินค้าอันตราย หรือสินค้าที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ ต้องระบุในกรมธรรม์
- ตรวจสอบ Transit Clause — ให้ครอบคลุมตั้งแต่โกดังต้นทางจนถึงโกดังปลายทาง (Warehouse to Warehouse)
การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่การซื้อประกัน แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงให้ธุรกิจของคุณ — Siam Advice Firm พร้อมเป็นที่ปรึกษาเคียงข้างคุณ ด้วยประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมและ B2B อย่างครบวงจร
หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่ LINE: @siamadvicefirm ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
General Average คืออะไร: เจ้าของสินค้าต้องรู้ก่อนใช้ Marine Insurance
General Average คือหลักกฎหมายทางทะเลที่กำหนดให้ทุกฝ่ายร่วมจ่ายเมื่อมีการเสียสละสินค้าเพื่อรักษาเรือ ผู้ที่ไม่มี Marine Cargo Insurance อาจต้องวางเงินประกันก่อนรับสินค้าของตนคืน
Marine Insurance vs ความรับผิดของผู้ขนส่ง: ต่างกันอย่างไร และต้องการทั้งสองหรือไม่
ความรับผิดของ Carrier (ทางทะเล ทางอากาศ หรือทางบก) มีขีดจำกัดตามกฎหมาย Marine Cargo Insurance จึงเป็นสิ่งที่เจ้าของสินค้าต้องมีเพิ่มเติม ไม่ใช่ทดแทนกัน
Incoterms 2020 กับ Marine Cargo Insurance: ใครรับผิดชอบสินค้าตรงไหน
Incoterms 2020 กำหนดจุดโอนความเสี่ยงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ แต่ Port Gap คือช่วงที่ไม่มีกรมธรรม์ใดคุ้มครอง ผู้ส่งออกและนำเข้าต้องเข้าใจ Incoterms ก่อนจัดทำประกันสินค้า