สถานการณ์การค้าโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ยังคงเผชิญกับความผันผวนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนด้านโลจิสติกส์ที่พุ่งสูงขึ้นจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ในบางเส้นทาง ส่งผลให้ ค่าระวางเรือ (Freight Charges) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับผู้ส่งออกและผู้นำเข้า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่คือ "ช่องว่างของทุนประกัน (Insurance Gap)" ที่อาจทำให้คุณได้รับเงินชดเชยไม่คุ้มกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง
ทุนประกัน ประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล (Marine Cargo) ไม่ได้มีแค่ค่าสินค้า
หลายบริษัทมักระบุทุนประกัน (Sum Insured) โดยอิงจากมูลค่าตามใบกำกับสินค้า (Invoice Value) เพียงอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริง เมื่อเกิดเหตุสินค้าสูญหายหรือเสียหายระหว่างทาง สิ่งที่คุณเสียไปไม่ได้มีแค่ตัวสินค้า แต่รวมถึง:
- ค่าระวางเรือ (Freight) ที่คุณจ่ายไปแล้ว
- ค่าเบี้ยประกันภัย (Insurance Premium)
- กำไรที่คาดหวัง (Anticipated Profit)
ตามมาตรฐานสากล การระบุทุนประกันที่เหมาะสมควรเป็น CIF + 10% (Cost, Insurance, Freight plus 10%) เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายแฝงและกำไรส่วนเพิ่ม แต่ในภาวะที่ค่า Freight พุ่งสูงขึ้น 2-3 เท่าตัวเช่นนี้ การใช้สูตรเดิมโดยไม่อัปเดตค่า Freight จริง อาจทำให้คุณตกอยู่ในสภาวะ Under-insurance ได้
ความเสี่ยงของการระบุทุนประกันต่ำเกินไป
หากคุณระบุทุนประกันไว้ที่ 1,000,000 บาท แต่ในวันที่เกิดเหตุจริง เมื่อรวมค่าสินค้าและค่าระวางเรือที่ปรับใหม่แล้ว มูลค่าที่แท้จริงคือ 1,500,000 บาท บริษัทประกันจะใช้หลักการ "Average Clause" ในการจ่ายเคลม
หมายความว่า หากสินค้าเสียหาย 500,000 บาท ประกันจะไม่จ่ายเต็ม 500,000 บาท แต่จะจ่ายตามสัดส่วนที่คุณทำประกันไว้ (เช่น จ่ายเพียง 333,333 บาท) ส่วนต่างที่เหลือคุณต้องแบกรับเองเพียงเพราะระบุทุนประกันไม่สอดคล้องกับต้นทุน Freight ที่เพิ่มขึ้น
สินค้าระหว่างทางคุ้มครองครบทุกช่วงจริงไหม?
เช็ก Incoterms, ICC A/B/C, เส้นทาง, มูลค่าที่เอาประกัน และเอกสารเคลมใน 2 นาที
ตัวอย่างผลลัพธ์
กรณีศึกษา: สินค้าอิเล็กทรอนิกส์นำเข้าจากไต้หวัน บริษัทผู้นำเข้าแห่งหนึ่งนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าขนส่งทางอากาศและทางเรือพุ่งสูงขึ้นกะทันหัน พวกเขาทำประกัน ประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล (Marine Cargo) แบบ Open Policy โดยระบุทุนประกันตามราคาสินค้าเดิม
เมื่อเรือประสบอุบัติเหตุตู้คอนเทนเนอร์ตกน้ำ สินค้าเสียหายทั้งหมด เมื่อถึงขั้นตอนเคลมปรากฏว่าค่า Freight ที่จ่ายจริงสูงกว่าที่ระบุในกรมธรรม์ถึง 40% ทำให้บริษัทประกันจ่ายค่าสินไหมลดลงตามสัดส่วน ส่งผลให้บริษัทผู้นำเข้าขาดทุนจากเงินชดเชยที่ไม่เพียงพอไปกว่า 800,000 บาท
การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่การซื้อประกัน แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงให้ธุรกิจของคุณ — Siam Advice Firm พร้อมเป็นที่ปรึกษาเคียงข้างคุณ ด้วยประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมและ B2B อย่างครบวงจร
หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่ LINE: @siamadvicefirm ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ประกันขนส่งในประเทศ: ทำไม SME ไทยถึงมองข้ามจุดนี้แล้วเสียหายหนัก
สินค้าที่ขนส่งภายในประเทศไทยไม่ได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติจากประกันโรงงานหรือสต็อก — ทำความเข้าใจความเสี่ยงและวิธีคุ้มครองที่แท้จริง
General Average คืออะไร: เจ้าของสินค้าต้องรู้ก่อนใช้ Marine Insurance
General Average คือหลักกฎหมายทางทะเลที่กำหนดให้ทุกฝ่ายร่วมจ่ายเมื่อมีการเสียสละสินค้าเพื่อรักษาเรือ ผู้ที่ไม่มี Marine Cargo Insurance อาจต้องวางเงินประกันก่อนรับสินค้าของตนคืน
สินค้าติดด่านหรือศุลกากร: ประกันขนส่ง Marine Cargo คุ้มครองค่าปรับและความล่าช้าหรือไม่?
หนึ่งในคำถามยอดฮิตของผู้ส่งออก-นำเข้า: ถ้าของโดนกักที่ด่าน หรือศุลกากรตรวจแล้วล่าช้าจนของเน่าเสีย ประกันจ่ายไหม? มาหาคำตอบกัน