สำหรับเจ้าของธุรกิจสายบริการ ไม่ว่าจะเป็น คลินิกทันตกรรม, ศูนย์ซ่อมรถยนต์, หรือแม้แต่บริษัทรับเหมาก่อสร้าง มักจะเกิดความสับสนอย่างมากเวลาที่ตัวแทนประกันเสนอขายประกันให้ครับ
คำถามยอดฮิตคือ "Product Liability (ความรับผิดผลิตภัณฑ์) กับ Professional Indemnity (ความรับผิดทางวิชาชีพ) มันต่างกันยังไง? แล้วสรุปว่าฉันต้องซื้อตัวไหน? ซื้อซ้ำซ้อนกันหรือเปล่า?"
เพื่อให้เคลียร์และไม่โดนหลอกขายกระดาษเปล่า เรามาเจาะลึกความต่างของ 2 ฮีโร่นี้กันครับ!
Professional Indemnity: คุ้มครอง "สมองและฝีมือ (Human Error)"
ประกันความรับผิดทางวิชาชีพ (PI) จะทำงานก็ต่อเมื่อ "คุณ หรือพนักงานของคุณ ตัดสินใจผิดพลาดหรือทำงานผิดพลาด" จนทำให้ลูกค้าเสียหายครับ
- ตัวอย่าง 1: คุณหมอฟัน ถอนฟันกรามให้ลูกค้า แล้วเผลอใช้คีมไปกระแทรกฟันซี่ข้างๆ แตก... อันนี้คือความประมาทจาการลงมือทำของหมอเคลมจาก PI
- ตัวอย่าง 2: อู่ซ่อมรถ ขันน็อตผ้าเบรกไม่แน่น ทำให้ลูกค้าขับรถออกไปแล้วเบรกแตกชนเสาไฟฟ้า... อันนี้คือความบกพร่องของช่างเคลมจาก PI
Product Liability: คุ้มครอง "วัตถุหรือของที่ส่งมอบ (Defective Goods)"
ในทางกลับกัน ประกันความรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ (Product Liability) จะทำงานก็ต่อเมื่อ "ตัวสินค้า อะไหล่ หรือวัตถุดิบที่คุณเอาไปให้บริการลูกค้านั้น ดันมีความบกพร่องมาจากโรงงาน"
- ตัวอย่าง 1: คุณหมอฟัน อุดฟันให้ลูกค้าด้วยพลาสติกอุดฟันยี่ห้อใหม่ ผ่านไป 2 วัน สารพิษในพลาสติกนั้นซึมเข้าระบบทำให้ลูกค้าปากบวม... อันนี้หมอไม่ได้ทำพลาด แต่พลาดที่ "ตัวยาสินค้า" แบบนี้เคลมจาก PL
- ตัวอย่าง 2: อู่ซ่อมรถ เปลี่ยนผ้าเบรกยี่ห้อดังให้ลูกค้า (ขันน็อตแน่นเป๊ะ) แต่ผ้าเบรกเนื้อหลุดร่อนเร็วกว่ากำหนดจนทำให้รถชนกะบังลม... อันนี้พลาดที่ "อะไหล่" ต้องส่งเรื่องเคลมไปที่กรมธรรม์ PL ของเจ้าของโรงงานผ้าเบรกครับ
สรุปธุรกิจคุณต้องซื้อตัวไหน?
หากธุรกิจคุณขาย "กึ๋น บริการ และคำปรึกษา" ควบตู่กับการ "ใช้อุปกรณ์และสินค้าประกอบ" คุณมีความจำเป็นต้องถือครองทั้ง 2 กรมธรรม์ ควบคู่กันไปครับ
เพราะในเวลาที่ศาลตัดสิน หากแพ้คดีที่เกิดจาก Human Error แต่คุณดันมีแต่กรมธรรม์สินค้ารับรอง คุณกระเป๋าฉีกแน่นอนครับ!
ถ้าสินค้าเกิดปัญหา ธุรกิจต้องรับผิดอะไรบ้าง?
เช็ก Product Liability, Product Recall, ข้อกำหนดจากคู่ค้า และเอกสารสินค้าใน 2 นาที
ตัวอย่างผลลัพธ์
บทสรุป
การประเมินความเสี่ยงคือศิลปะแขนงหนึ่ง หากคุณไม่ได้เชี่ยวชาญ คล้ายกับเรื่องข้อกำหนด ประกันภัยสรรพภัย (IAR) ที่มักมีช่องโหว่เยอะ การมีที่ปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยงมาเคาะแผนประกันให้คุณโดยเฉพาะ จะช่วยประหยัดเงิน แถมอุดรอยรั่วจากการที่ต้องไปจ่ายซับซ้อนกันได้ดีที่สุดครับ
เลิกปวดหัวกับศัพท์ประกันภัย! ส่งรายละเอียดธุรกิจคุณระดับ SME ให้ทีม Siam Advice Firm (LINE: @siamadvicefirm) ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยจัดหมวดหมู่ความเสี่ยง และฟันธงให้ขาดว่าคุณต้องใช้กรธรรม์ตัวไหนถึงจะเวิร์คสุด!
บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้ผลิต OEM vs ผู้นำเข้า: ใครต้องซื้อ Product Liability Insurance?
เมื่อสินค้าเกิดทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย ผู้ผลิต OEM หรือผู้นำเข้าต้องรับผิด — วิเคราะห์ว่าใครต้องมี PL Insurance และควรคุ้มครองแค่ไหน
กรณีศึกษา: ผู้ผลิตอาหารถูกฟ้องเรื่องสินค้าไม่ปลอดภัย — PL ช่วยอะไรได้บ้าง
ผู้ผลิตอาหารถูกผู้บริโภคฟ้องเรื่องสินค้าทำให้อาเจียน — กรณีศึกษาจริงว่า Product Liability Insurance ช่วยอะไรได้บ้าง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่
ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์สำหรับสินค้าส่งออก: ทำไม EU/US Market ถึงบังคับ
ผู้ผลิตไทยที่ส่งออกไป EU และ US ต้องมี Product Liability Insurance — ทำมาจากกฎหมายอะไร คุ้มครองอะไรบ้าง และไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น