เวลาที่เซลส์หรือโบรกเกอร์ประกันภัยเดินเข้ามาเสนอขาย ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability) พร้อมกับโยนตารางความคุ้มครองที่ระบุตัวเลข "วงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาท" มาให้ดู เชื่อว่า SME ส่วนใหญ่คงเตรียมใจไว้แล้วว่า "เบี้ยรายปีต้องเหยียบแสนแน่ๆ!"
แต่พอพลิกดูใบเสนอราคาให้ลึกถึงบรรทัดสุดท้าย คุณอาจจะตกใจที่เห็นว่า... เบี้ยประกันจริงๆ แค่หลักพันบาทเท่านั้น! (หรือในบางโปรโมชั่นเริ่มต้นแค่ไม่กี่ร้อยบาทต่อเดือน)
คำถามคือ... จ่ายเบี้ยแค่นี้ แต่คุ้มครองหลักล้าน บริษัทประกันเขาเอากำไรจากไหน? หรือว่ามันคือการหลอกขายกระดาษเปล่าที่มีข้อยกเว้นเพียบกันแน่?
ทำความเข้าใจ "กฎแห่งจำนวนมาก (Law of Large Numbers)"
ในวงการคณิตศาสตร์ประกันภัย การที่เบี้ยประกันสามารถกดให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินได้ เป็นเพราะบริษัทประกันใช้หลักสถิติที่เรียกว่า Law of Large Numbers ครับ
ลองคิดภาพตามนี้: หากมี SME จำนวน 10,000 ราย ซื้อประกันเบี้ยคนละ 5,000 บาท บริษัทประกันจะมีกองทุนมหาศาลถึง 50 ล้านบาท แต่ในความเป็นจริง โอกาสที่สินค้าของ SME ทั้ง 10,000 ราย จะระเบิดหรือทำลูกค้าตายพร้อมกัน "เป็นศูนย์" ครับ
ปีนึงอาจจะมีบริษัทซวยแจ็กพอตแตกสักแค่ 5-10 บริษัท บริษัทประกันก็แค่ดึงเงินจากกองทุน 50 ล้าน มาจ่ายให้บริษัทละ 1 ล้านบาท ทำให้ส่วนที่เหลือยังคงเป็นกำไรของบริษัทประกันนั่นเอง นี่คือหลักการเฉลี่ยความเสี่ยง (Risk Pooling) ที่ทำให้คุณได้สิทธิ์คุ้มครองมหาศาลในราคาเศษสตางค์!
3 ปัจจัยที่ทำให้เบี้ยประกันของคุณ "ถูก หรือ แพง"
ถึงแม้เบี้ยประกันจะดูถูกแสนถูก แต่ละบริษัทก็จะได้เรตราคาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) ดังนี้ครับ:
- ประเภทของผลิตภัณฑ์ (Product Category): พาวเวอร์แบงก์ หรือของเล่นเด็ก (ความเสี่ยงอัคคีภัยและการบาดเจ็บสูง) เบี้ยจะแพงกว่าการขายเสื้อยืด หรือสมุดโน้ต (ความเสี่ยงต่ำมาก)
- ยอดขายต่อปี (Estimated Annual Turnover): ยิ่งคุณขายของจำนวนชิ้นเยอะ โอกาสที่ของหลุด QC จนเกิดปัญหาก็ยิ่งเยอะ บริษัทประกันจะอิงจากยอดขายเพื่อคำนวณเบี้ยพื้นฐาน
- ตลาดที่คุณขาย (Territory): ขายนอกประเทศ (โดยเฉพาะอเมริกา/ยุโรป) เบี้ยจะกระโดดขึ้นทันทีเพราะค่าครองชีพและค่าศาลแพงกว่าไทยหลายเท่า
ถ้าสินค้าเกิดปัญหา ธุรกิจต้องรับผิดอะไรบ้าง?
เช็ก Product Liability, Product Recall, ข้อกำหนดจากคู่ค้า และเอกสารสินค้าใน 2 นาที
ตัวอย่างผลลัพธ์
บทสรุป
การจ่ายเบี้ยหลักพันเพื่อแลกกับความคุ้มครองหลักล้าน คือศิลปะการโอนย้ายความเสี่ยงที่ชาญฉลาดที่สุด และเป็นเหตุผลว่าทำไมบริษัทมหาชนถึงเลือกที่จะโอนความเสี่ยงต่างๆ ไปให้บริษัทประกันด้วย ประกันความเสี่ยงภัยธุรกิจ อย่างล้นหลาม สละเศษกำไรเพียงน้อยนิด เพื่อแลกความมั่นคงระดับร้อยล้าน ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มครับ
อยากรู้ว่าสินค้าในสต็อกของคุณ ถ้าตีเป็นเบี้ยประกัน Product Liability จะตกปีละกี่บาท? ส่งรายละเอียดสินค้าและยอดขายให้ Siam Advice Firm (LINE: @siamadvicefirm) ทราบ แล้วเราจะจัดหาใบเสนอราคาที่ดีที่สุดมาให้คุณตัดสินใจได้เลยครับ!
บทความที่เกี่ยวข้อง
5 สเต็ปเลือกบริษัทประกันและแพ็กเกจที่ดีที่สุด สำหรับธุรกิจของคุณ
ปิดท้ายซีรีส์ Product Liability ด้วย 5 ขั้นตอนง่ายๆ ในการเฟ้นหาบริษัทประกันและออกแบบความคุ้มครองให้เข้ากับธุรกิจคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าจ่ายเบี้ยแล้วคุ้มค่าทุกสลึง
คลินิกความงาม & สปา: อุปกรณ์ทำคนไข้บาดเจ็บ ประกันตัวไหนรับผิดชอบ?
ให้บริการเลเซอร์หน้าใส แต่เครื่องมือพังจนช็อตลูกค้าหน้าไหม้! ความเสียหายนี้เป็นความผิดของหมอ หรือความผิดของเครื่องมือ? แกะรอยความคุ้มครองที่คลินิกต้องมี
โดนฟ้องสิบล้านเพราะสินค้าชำรุด! ประกัน Product Liability ช่วยสู้คดีและจ่ายค่าทนายอย่างไร?
ในโลกความจริง ค่าทนายและค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดียังแพงชวนขนลุกกว่าเงินชดเชยเสียอีก! มาลุยดูรายละเอียดว่าประกันคุ้มครองสินค้าช่วยรับจบค่าใช้จ่ายทางศาลได้อย่างไร