เมื่อพายุฤดูฝนมาเยือน ปัญหาที่เจ้าของบ้านทุกคนต้องกลืนน้ำลายคือเรื่อง "น้ำท่วม" ครับ แต่ในวงการประกันภัยนั้น คำว่า "น้ำ" ถูกแบ่งแยกประเภทความคุ้มครองอย่างชัดเจน
หลายคนเข้าใจผิดว่า มีประกันอัคคีภัยบ้านแล้ว ถ้ามีน้ำเปียกพื้นปาร์เก้จนพัง ยังไงก็เคลมได้แน่ๆ ก่อนจะเกิดเรื่องปวดหัวตอนเบิกเงิน เรามาทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง "ภัยจากน้ำ (Water Damage)" กับ "ภัยน้ำท่วม (Flood)" กันครับ
1. ภัยจากน้ำ (Water Damage) = ท่อแตก น้ำรั่ว "จากภายใน"
ประกันอัคคีภัยบ้านแบบมาตรฐาน (ที่ไม่ได้ซื้อออปชันอะไรเพิ่มเลย) ส่วนใหญ่จะ "คุ้มครองภัยจากน้ำ" ครับ ภัยจากน้ำในนิยามของประกันหมายถึง น้ำที่เกิดจากอุบัติเหตุ ภายในบ้านของเราเอง เช่น:
- ท่อน้ำประปาแตก ท่อรั่ว
- ข้อต่อสายน้ำดีเครื่องซักผ้าหลุด น้ำทะลักเจิ่งนองพื้น
- น้ำล้นจากอ่างล้างหน้า ล้างจาน
- น้ำฝนรั่วซึมจากหลังคา หรือขอบหน้าต่าง (ผ่านรอยแตกที่บกพร่อง ไม่ใช่เปิดหน้าต่างทิ้งไว้)
หากปาร์เก้บวม หรือโซฟาพังจากการที่ "ท่อแตกในบ้าน" แบบนี้ เคลมได้ครับ! ประกันจะรับผิดชอบค่าซ่อมแซมความเสียหายของตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับผลกระทบ
2. ภัยน้ำท่วม (Flood) = น้ำเหนือ พายุ น้ำหลาก "จากภายนอก"
คำว่าน้ำท่วมในภาษาประกัน คือการที่ระดับน้ำตามธรรมชาติ (เช่น แม่น้ำ, คลอง, ครบฝนตกหนักจนท่อระบายไม่ทัน) เอ่อล้นและ ทะลักเข้ามาในตัวบ้านจากภายนอก
เรื่องตลกร้ายคือ ประกันอัคคีภัยบ้านแบบมาตรฐาน "ไม่คุ้มครองภัยน้ำท่วม" นะครับ! หากเกิดพายุฝนตกหนัก น้ำท่วมซอยจนไหลเข้าบ้านทะลักท่วมห้องรับแขก แบบนี้ประกันอัคคีภัยธรรมดาจะไม่จ่ายค่าเสียหายให้คุณเลย
วิธีแก้ปัญหา: ทำยังไงถึงจะเคลมได้ทุกน้ำ?
เพื่ออุดช่องโหว่นี้ยามหน้าฝน สิ่งที่คุณต้องทำคือ:
- ซื้อ "ภัยส่วนเพิ่ม" (Extended Cover): ตอนต่ออายุประกัน หรือตอนซื้อกรมธรรม์ ปกติโบรกเกอร์จะถามว่าต้องการซื้อความคุ้มครอง "ภัยน้ำท่วม" หรือ "ภัยพายุ" เพิ่มไหม ให้ซื้อติดไว้ครับ (เบี้ยเพิ่มหลักสิบถึงหลักร้อยบาทต่อปีเท่านั้น แต่ทุนคุ้มครองได้หลักแสน)
- ขยับไปทำ ประกันบ้านแบบ All Risks (สรรพภัย): ถ้าคุณมีประกันประเภทครอบคลุมทุกภัย อันนี้จะเหมาจบ คุ้มครองตั้งแต่น้ำท่วมจากนอกบ้าน ท่อแตกจากในบ้าน ไปจนถึงลมพายุพัดหลังคาปลิว
น้ำท่วม ท่อแตก พายุ ฟ้าผ่า แผนบ้านคุณคุ้มไหม?
เช็กภัยเสริม วงเงินย่อย และข้อยกเว้นที่เจ้าของบ้านมักสับสน
ตัวอย่างผลลัพธ์
บทสรุป
ในธุรกิจอุตสาหกรรม การเกิดน้ำทะลักเข้าพื้นที่โรงงานหรือคลังสินค้านำมาซึ่งความพินาศมหาศาล เขาจึงบังคับใช้กรมธรรม์รูปแบบ IAR เพื่อปิดรอยรั่วนี้ ในมุมของที่อยู่อาศัยของพวกเราก็เช่นกัน เพียงแค่เราอ่านทบทวนหน้ากรมธรรม์ว่ามีช่อง "คุ้มครองภัยน้ำท่วม" ติ๊กถูกเอาไว้หรือไม่ ก็จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าเวลาน้ำมาได้เป็นแสนบาทครับ
อยากรู้ว่าประกันบ้านที่คุณถืออยู่ตอนนี้ คุ้มครอง "น้ำท่วม" หรือเปล่า? ส่งหน้ากรมธรรม์มาให้ผู้เชี่ยวชาญจาก Siam Advice Firm ช่วยอ่านและสแกนให้ฟรีผ่าน LINE: @siamadvicefirm ได้เลยครับ สบายใจชัวร์!
บทความที่เกี่ยวข้อง
ซื้อบ้านใหม่ ธนาคารบังคับทำประกันพ่วงสินเชื่อ... จริงๆ แล้วเราเลือกเองได้ไหม?
ไขข้อข้องใจยอดฮิตของคนกู้ซื้อบ้าน เมื่อธนาคารเชียร์(กึ่งบังคับ)ให้ทำประกัน คุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) และประกันอัคคีภัย เรามีสิทธิ์ปฏิเสธหรือไปหาซื้อเองได้หรือไม่?
การเลือกประกันภัยบ้านและทรัพย์สินสำหรับเจ้าของบ้าน
การทำประกันภัยบ้านและทรัพย์สินเป็นการวางแผนที่สำคัญเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินที่มีค่าของคุณจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม การโจรกรรม และภัยธ...
กู้ผ่านแล้ว ทิ้งประกันได้ไหม? ไขข้อข้องใจระยะเวลาคุ้มครอง และการต่ออายุ
หลายคนที่กู้บ้านผ่านแล้ว อาจเกิดความสงสัยว่า 'ประกันอัคคีภัยที่แบงก์ให้ทำตอนแรก พอหมดอายุเราทิ้งไปเลยไม่ต่อได้ไหม?' มาดูความจริงตามกฎหมายและธนาคารกันครับ