กลับไปหน้าบทความ
กำแพงกันไฟบริหารความเสี่ยงโรงงานประกันธุรกิจประกันภัยธุรกิจเสี่ยงภประกันภัยอุตสาหกรรม

การลดเบี้ยประกันภัยผ่านโครงสร้างอาคาร: ความสำคัญของกำแพงกันไฟในการแบ่งโซนความเสี่ยง

การลดเบี้ยประกันภัยผ่านโครงสร้างอาคาร: ความสำคัญของกำแพงกันไฟในการแบ่งโซนความเสี่ยง
Siam Advice Firm
อ่าน 1 นาที

สำหรับผู้ประกอบการโรงงานในกลุ่มอุตสาหกรรมความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานผลิตพลาสติก ยาง ไม้ หรือกระดาษ คำถามสำคัญประการหนึ่งคือแนวทางการลดเบี้ยประกันภัยอย่างยั่งยืน หนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการลงทุนในโครงสร้างอาคารเพื่อแบ่งแยกโซนความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างกำแพงกันไฟ (Fire Wall) ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นแนวทางที่ให้ผลลัพธ์ที่จับต้องได้และยั่งยืน

หลักการสำคัญของแนวทางนี้อยู่ที่การลดระดับความเสี่ยงที่แท้จริง โดยเฉพาะการลดขนาดความเสียหายสูงสุดที่อาจเกิดขึ้นได้ (Maximum Probable Loss - MPL) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผู้รับประกันภัยใช้ในการคำนวณเบี้ยประกัน สำหรับโรงงานที่เกี่ยวข้องกับวัสดุไวไฟสูงอย่างไม้ หากไม่มีการแบ่งโซนความเสี่ยง MPL จะมีค่าสูงมาก เนื่องจากไฟสามารถลุกลามสร้างความเสียหายได้ทั้งโรงงาน นี่คือที่มาของเบี้ยประกันที่สูง เพราะสะท้อนถึงมูลค่าความเสียหายสูงสุดที่บริษัทประกันภัยอาจต้องชดเชย การแสดงให้เห็นว่าโรงงานสามารถลด MPL ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ จะส่งผลให้เบี้ยประกันลดลงตามไปโดยธรรมชาติ

ในกรณีของโรงงานไม้ขนาดใหญ่ที่ทุกส่วนเชื่อมต่อกันเป็นพื้นที่เดียว ทั้งส่วนเก็บวัตถุดิบ ส่วนการผลิต และส่วนจัดเก็บสินค้าสำเร็จรูป หากเกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่จุดใดจุดหนึ่ง โอกาสที่ไฟจะลุกลามไปทั่วทั้งอาคารจนกลายเป็นความเสียหายโดยสิ้นเชิง (Total Loss) นั้นมีสูงมาก สารไวไฟในอากาศ เช่น ฝุ่นไม้ ยิ่งเร่งให้ไฟขยายวงอย่างรวดเร็ว นี่คือสิ่งที่ผู้รับประกันภัยประเมินเป็นความเสี่ยงมหาศาล และเบี้ยประกันก็จะสะท้อนความเสี่ยงระดับนี้

เช็กเบี้ยประกัน

จุดไหนในโรงงานอาจทำให้เบี้ยสูงกว่าที่ควร?

ไล่ดูปัจจัยที่กระทบเบี้ยและการปรับปรุงความเสี่ยงที่ควรจัดลำดับก่อนต่ออายุ

ปัจจัยเสี่ยงต่ออายุลดจุดติดขัด
เริ่มทำแบบประเมิน

ตัวอย่างผลลัพธ์

เรื่องที่ควรเช็ก 172
เรื่องที่ควรเช็ก 248
เรื่องที่ควรเช็ก 336

แต่หากโรงงานมีการลงทุนสร้างกำแพงกันไฟที่มีมาตรฐาน โดยแบ่งแยกพื้นที่เสี่ยงออกเป็นโซนต่างๆ อย่างชัดเจน เช่น แยกอาคารเก็บวัตถุดิบออกจากอาคารผลิต หรือแบ่งโซนการผลิตที่มีเครื่องจักรความร้อนสูงออกจากโซนที่มีฝุ่นไม้จำนวนมาก ด้วยกำแพงที่ทนไฟได้นาน 2-4 ชั่วโมงพร้อมประตูกันไฟอัตโนมัติ นั่นหมายความว่า หากเกิดเพลิงไหม้ในโซนใดโซนหนึ่ง ไฟจะถูกจำกัดอยู่ในพื้นที่นั้น และไม่ลุกลามไปยังโซนอื่นทันที สิ่งนี้คือการลด MPL ลงอย่างมหาศาล เพราะแทนที่ความเสียหายจะลุกลามจนกลายเป็นความเสียหายทั้งหมด บริษัทประกันภัยจะมองว่าความเสียหายอาจถูกจำกัดไว้แค่เพียงโซนเดียวเท่านั้น

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สามารถพิจารณาจากกรณีศึกษาของโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ไม้แห่งหนึ่ง ซึ่งเดิมมีเบี้ยประกันอัคคีภัยสูงมากเนื่องจากเป็นโรงงานเก่าที่โครงสร้างเชื่อมต่อกันทั้งหมด หลังจากปรึกษาหารือ โรงงานได้ตัดสินใจลงทุนสร้างกำแพงกันไฟคอนกรีตเสริมเหล็ก พร้อมติดตั้งระบบประตูกันไฟอัตโนมัติ แบ่งพื้นที่โรงงานออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนจัดเก็บวัตถุดิบ, โซนการผลิต, และโซนพ่นสีและจัดเก็บสินค้าสำเร็จรูป แม้การลงทุนครั้งแรกจะมีมูลค่าไม่น้อย แต่เมื่อนำแผนผังโรงงานใหม่ที่มีการแบ่งโซนความเสี่ยงนี้ไปเสนอต่อบริษัทประกันภัย พร้อมเอกสารรับรองมาตรฐาน ผลลัพธ์ที่ได้คือ โรงงานได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยอัคคีภัยสูงถึงร้อยละ 30 ซึ่งสามารถชดเชยค่าใช้จ่ายในการลงทุนได้ภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี

ดังนั้น การลงทุนในกำแพงกันไฟและการแบ่งโซนความเสี่ยงอย่างเป็นระบบจึงไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยงและลดต้นทุนด้านประกันภัยอย่างยั่งยืน การปรับปรุงรากฐานความปลอดภัยของโรงงานจึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ได้รับเบี้ยประกันที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่แท้จริง

สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือผู้บริหารที่ต้องการคำปรึกษาเชิงลึกเกี่ยวกับความเสี่ยงและการประกันภัยที่เหมาะสมกับธุรกิจโดยเฉพาะ สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง เพียงเพิ่มเพื่อนทาง LINE: @siamadvicefirm


การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่การซื้อประกัน แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงให้ธุรกิจของคุณ — Siam Advice Firm พร้อมเป็นที่ปรึกษาเคียงข้างคุณ ด้วยประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมและ B2B อย่างครบวงจร

หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่ LINE: @siamadvicefirm ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริหารความเสี่ยงโรงงานประกันautoclave

การประเมินความเสี่ยงเครื่องอบยาง (Autoclave) ในเชิงลึก: มุมมองสำคัญสำหรับการประกันภัย

สำหรับโรงงานในอุตสาหกรรมยางและวัสดุคอมโพสิท เครื่องอบยางหรือ Autoclave ถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการผลิต อย่างไรก็ตาม การประเมินความเสี่ยงของเครื่องจักรป...

27 เม.ย. 2569
อ่านต่อ
loss-adjusterที่ปรึกษาประกันภัย

บทบาทของผู้สำรวจภัย (Loss Adjuster) และแนวทางการจัดการเรียกร้องสินไหมอย่างมืออาชีพ

ในกระบวนการบริหารความเสี่ยงของโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงอย่างโรงงานพลาสติก, ยาง, ไม้, หรือกระดาษ เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น สิ...

15 มี.ค. 2569
อ่านต่อ
hard-marketบริหารความเสี่ยง

Hard Market ในอุตสาหกรรมประกันภัย: สาเหตุที่เบี้ยประกันสูงขึ้นและแนวทางการรับมือ

ผู้ประกอบการจำนวนมากอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เบี้ยประกันภัยพุ่งสูงขึ้นอย่างไม่คาดคิด ทั้งๆ ที่ประวัติความเสียหายของโรงงานยังคงดีเยี่ยม หรือบางครั้งอาจถ...

27 ก.พ. 2569
อ่านต่อ

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี เพื่อความมั่นคงของธุรกิจคุณ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด