กลับไปหน้าบทความ
JVconstructionjoint ventureinsuranceCARก่อสร้างร่วมทุน

โครงการ Joint Venture ก่อสร้าง: จะซื้อประกันร่วมกันอย่างไรให้ครอบคลุม

โครงการ Joint Venture ก่อสร้าง: จะซื้อประกันร่วมกันอย่างไรให้ครอบคลุม
Siam Advice Firm
อ่าน 2 นาที

Joint Venture ก่อสร้าง: ประกันจัดยังไง

โครงการ Joint Venture (JV) คือการร่วมทุนระหว่างบริษัท 2 รายขึ้นไป เพื่อก่อสร้างโครงการร่วมกัน คำถามสำคัญคือ ใครเป็นคนซื้อประกัน และคุ้มครองใครบ้าง

โครงการ JV ที่พบบ่อย

  • ไทย + ต่างชาติ — บริษัทไทยร่วมกับบริษัทญี่ปุ่น
  • เอกชน + รัฐ — PPP (Public-Private Partnership)
  • รับเหมา 2 ราย — ร่วมกันยื่นซอง
  • แม่งาน + รับเหมา — ร่วมลงทุนพัฒนา

โครงสร้างประกันสำหรับ JV

ตัวเลือกที่ 1: Named Insured ร่วม

  • วิธี — ระบุบริษัททั้งสองเป็น Named Insured
  • ข้อดี — คุ้มครองทั้งสองฝ่าย
  • ข้อเสีย — ต้องตกลงเงื่อนไขร่วมกัน
  • เหมาะกับ — JV ที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ตัวเลือกที่ 2: ฝ่ายเดียวซื้อ + Additional Insured

  • วิธี — ฝ่ายหนึ่งซื้อ อีกฝ่ายเป็น Additional Insured
  • ข้อดี — จัดการง่ายกว่า
  • ข้อเสีย — อีกฝ่ายอาจมีสิทธิ์จำกัด
  • เหมาะกับ — JV ที่มีฝ่ายนำชัดเจน

ตัวเลือกที่ 3: ซื้อแยกกัน

  • วิธี — แต่ละฝ่ายซื้อประกันของตัวเอง
  • ข้อดี — อิสระในการจัดการ
  • ข้อเสีย — อาจซ้ำซ้อน/มีช่องว่าง
  • เหมาะกับ — งานแยกส่วนชัดเจน

ประกันที่ต้องมีในโครงการ JV

1. CAR Insurance

  • วงเงิน — มูลค่าโครงการทั้งหมด
  • Named Insured — บริษัท JV ทั้งหมด
  • Third Party — ครอบคลุมทั้งสองฝ่าย
  • Cross Liability — ต้องมี (ฝ่ายหนึ่งฟ้องอีกฝ่าย)

2. Third Party Liability

  • ความสำคัญ — สูงมากใน JV
  • เหตุผล — แต่ละฝ่ายต้องการคุ้มครองตัวเอง
  • Cross Liability Clause — จำเป็นมาก

3. DSU (Delay in Start-Up)

  • คุ้ม — ผลประกอบการที่เสียจากความล่าช้า
  • ใครได้ — ฝ่ายเจ้าของโครงการ
  • เบี้ย — คำนวณจาก Daily Indemnity

ข้อตกลงที่ต้องทำใน JV Agreement

เรื่องประกัน

  • ใครซื้อประกัน — ระบุฝ่ายที่รับผิดชอบ
  • ใครจ่ายเบี้ย — แบ่งตามสัดส่วนหรือฝ่ายเดียว
  • วงเงิน — ต้องเพียงพอกับโครงการ
  • เงื่อนไข — ต้องตกลงร่วมกัน
  • Claims handling — ใครจัดการเคลม
  • Subrogation waiver — สละสิทธิ์ฟ้องกันเอง

ปัญหาที่พบบ่อย

  • ไม่มี Cross Liability — ฝ่าย A ฟ้องฝ่าย B ไม่ได้
  • วงเงินไม่พอ — สัดส่วนงานเปลี่ยนแต่วงเงินไม่ปรับ
  • เงื่อนไขต่างกัน — ฝ่าย A ต้องการเงื่อนไขเข้มกว่า
  • อนุมัติช้า — ต้องรอทั้งสองฝ่ายอนุมัติ

ตัวอย่าง Case Study

JV ก่อสร้างอาคารสูง

  • โครงการ — อาคารสูง 30 ชั้น
  • JV — บริษัทไทย 60% + บริษัทญี่ปุ่น 40%
  • ประกัน — CAR ซื้อเป็นชื่อ JV
  • Named Insured — ทั้งสองบริษัท
  • Cross Liability — มี
  • เบี้ย — แบ่ง 60:40
  • Claims — ต้องมีตัวแทนทั้งสองฝ่ายอนุมัติ

เช็คลิสต์ประกัน JV

  • [ ] ระบุ Named Insured ทั้งหมดในกรมธรรม์
  • [ ] มี Cross Liability Clause
  • [ ] วงเงินเพียงพอกับมูลค่าโครงการ
  • [ ] ระบุใน JV Agreement ว่าใครรับผิดชอบเรื่องประกัน
  • [ ] ตกลงเรื่องการจัดการเคลมร่วมกัน
  • [ ] ตรวจสอบ Subrogation Waiver

สรุป

  1. Named Insured ร่วมคือทางที่ดีที่สุด — คุ้มครองทั้งสองฝ่าย
  2. Cross Liability จำเป็นมาก — ให้ฝ่ายหนึ่งฟ้องอีกฝ่ายได้
  3. ต้องระบุใน JV Agreement — ใครซื้อ ใครจ่าย ใครจัดการเคลม
  4. เบี้ยแบ่งตามสัดส่วน — หรือตามที่ตกลงกัน

ปรึกษาฟรีเรื่องประกันโครงการ JV

ทีม Siam Advice Firm พร้อมช่วยออกแบบประกันสำหรับโครงการ Joint Venture ให้ครอบคลุมทั้งสองฝ่าย

  • Add LINE OA: @siamadvicefirm
เช็ก CAR/EAR

งานก่อสร้างหรืองานติดตั้ง ควรออก CAR/EAR แบบไหน?

ดูมูลค่างาน ขอบเขตงาน ระยะเวลา และพื้นที่ทำงานให้ตรงกับข้อกำหนดจากห้าง

CAR/EARมูลค่างานขอบเขตงาน
เริ่มทำแบบประเมิน

ตัวอย่างผลลัพธ์

เรื่องที่ควรเช็ก 172
เรื่องที่ควรเช็ก 248
เรื่องที่ควรเช็ก 336

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี เพื่อความมั่นคงของธุรกิจคุณ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด