กลับไปหน้าบทความ
CGLCommercial General Liabilityประกันความรับผิดทั่วไปประกันธุรกิจliability insurance

CGL (Commercial General Liability) คืออะไร คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับธุรกิจไทย 2026

CGL (Commercial General Liability) คืออะไร คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับธุรกิจไทย 2026
Siam Advice Firm
อ่าน 3 นาที

ปลายปี 2567 ร้านอาหารดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เกิดเหตุลูกค้าลื่นล้มบนพื้นเปียกในห้องน้ำ ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องผ่าตัดเข่า ค่ารักษาพยาบาลกว่า 350,000 บาท — ลูกค้าฟ้องร้องร้านอาหารเรียกค่าเสียหายรวม 1.2 ล้านบาท

ร้านอาหารมีประกันอัคคีภัยคุ้มไฟไหม้ แต่ ประกันอัคคีภัยไม่คุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก — ร้านต้องจ่ายเงินค่าเสียหายเองทั้งหมด

ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third Party Liability) เป็นความเสี่ยงที่ธุรกิจทุกประเภทต้องเผชิญ — ร้านอาหาร โรงแรม ออฟฟิศ โรงงาน ร้านค้า — แต่หลายธุรกิจยังไม่มีประกันคุ้มครองความรับผิดประเภทนี้


CGL คืออะไร

CGL (Commercial General Liability) หรือ ประกันภัยความรับผิดทั่วไปสำหรับธุรกิจ คือประกันภัยที่คุ้มครองค่าเสียหายที่ธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อ บุคคลภายนอก (Third Party) ใน 3 กรณีหลัก:

1. Bodily Injury (การบาดเจ็บ)

ลูกค้า แขก หรือบุคคลภายนอกได้รับบาดเจ็บในบริเวณธุรกิจ

ตัวอย่าง:

  • ลูกค้าลื่นล้มในร้าน
  • เด็กตกจากบันไดในศูนย์การค้า
  • แขกโรงแรมได้รับบาดเจ็บจากอุปกรณ์ชำรุด

2. Property Damage (ความเสียหายต่อทรัพย์สิน)

ธุรกิจทำให้ทรัพย์สินของบุคคลอื่นเสียหาย

ตัวอย่าง:

  • ช่างซ่อมทำน้ำท่วมห้องข้างเคียง
  • พนักงานขนส่งทำรถลูกค้าเสียหาย
  • สินค้าที่วางบนชั้นระดับสูงหล่นทับรถลูกค้า

3. Personal and Advertising Injury (ความเสียหายส่วนบุคคลและการโฆษณา)

การละเมิดสิทธิ์ เช่น หมิ่นประมาท ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือโฆษณาที่เป็นเท็จ

ตัวอย่าง:

  • โฆษณาที่ใช้รูปภาพโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ข้อความโฆษณาที่ทำให้คู่แข่งเสียหาย
  • พนักงานกล่าวหาลูกค้าโจรกรรมโดยไม่มีหลักฐาน
แบบประเมินโรงงาน

เช็กจุดเสี่ยงประกันโรงงานใน 2 นาที

ตอบ 8 คำถามเพื่อดูว่าโรงงานควรรีวิวเรื่องทุนประกัน เครื่องจักร BI หรือเอกสารเคลมตรงไหนก่อน

8 คำถามไม่ต้องกรอกข้อมูลเห็นผลทันที
เริ่มทำแบบประเมิน

ตัวอย่างผลลัพธ์

เรื่องที่ควรเช็ก 172
เรื่องที่ควรเช็ก 248
เรื่องที่ควรเช็ก 336

ธุรกิจไหนบ้างที่ควรมี CGL

คำตอบคือ เกือบทุกธุรกิจ — แต่ธุรกิจที่เสี่ยงสูงเป็นพิเศษได้แก่:

  • ร้านอาหาร คาเฟ่ — ลูกค้าลื่นล้ม อาหารเป็นพิษ
  • โรงแรม รีสอร์ท — แขกบาดเจ็บ ทรัพย์สินสูญหาย
  • ศูนย์การค้า ร้านค้า — ลูกค้าลื่นล้ม สินค้าหล่นทับ
  • บริษัทรับเหมา ก่อสร้าง — คนเดินถนนบาดเจ็บจากงานก่อสร้าง
  • สปา คลินิกความงาม — ลูกค้าแพ้ผลิตภัณฑ์ บาดเจ็บจากการบริการ
  • ฟิตเนส สนามกีฬา — สมาชิกบาดเจ็บจากอุปกรณ์
  • โรงงานอุตสาหกรรม — ผู้มาเยือนบาดเจ็บในโรงงาน
  • งานจัดแสดง อีเวนต์ — ผู้เข้าชมบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย

CGL คุ้มครองอะไรบ้าง (เจาะลึก)

Products-Completed Operations Coverage

คุ้มครองความรับผิดจาก สินค้าที่ขาย หรือ งานที่ทำเสร็จแล้ว — ต่างจากความคุ้มครองในสถานที่ (Premises) ตรงที่คุ้มครองแม้เหตุเกิดที่อื่น

ตัวอย่าง:

  • ร้านอาหารขายอาหารให้ลูกค้า ลูกค้ากลับบ้านแล้วเป็นพิษ → CGL คุ้ม
  • บริษัทติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ติดตั้งเสร็จแล้วรั่วทำน้ำท่วมบ้านลูกค้า → CGL คุ้ม

Medical Payments

คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นสำหรับบุคคลภายนอกที่บาดเจ็บในบริเวณธุรกิจ — โดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด (No-fault basis) มักมีวงเงินต่ำ เช่น 10,000-50,000 บาทต่อคน

วัตถุประสงค์คือชดเชยค่ารักษาเบื้องต้นเพื่อ ลดโอกาสถูกฟ้องร้อง — จ่ายค่ารักษาเล็กน้อยก่อน ดีกว่าถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายหลักล้าน


สิ่งที่ CGL ไม่คุ้มครอง

CGL มีข้อยกเว้นสำคัญที่ธุรกิจต้องรู้:

1. ความรับผิดต่อพนักงาน

อุบัติเหตุของพนักงานระหว่างทำงาน → ต้องใช้ ประกันอุบัติเหตุในการทำงาน (Workers' Compensation)

2. ความเสียหายต่อทรัพย์สินของตัวเอง

ไฟไหม้โรงงานตัวเอง → ต้องใช้ Property Insurance / IAR อ่านเพิ่มเติมได้ที่ All Risk Insurance คืออะไร

3. ความรับผิดจากผลิตภัณฑ์ (Product Liability)

สินค้าทำให้ผู้บริโภคบาดเจ็บ → ต้องใช้ Product Liability Insurance แยกต่างหาก

4. ความรับผิดจากความประมาทเลินเลิอวิชาชีพ

วิศวกร สถาปนิก แพทย์ ทำผิดพลาด → ต้องใช้ Professional Indemnity Insurance อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ประกันวิชาชีพวิศวกร (Professional Indemnity)

5. ความเสียหายจากการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลลูกค้ารั่วไหล → ต้องใช้ Cyber Insurance

6. ความรับผิดต่อลูกค้าจากสัญญา (Contractual Liability)

CGL คุ้มครองความรับผิดตามกฎหมาย (Tort Liability) ไม่ใช่ความรับผิดจากการรับประกันในสัญญา


วงเงิน CGL ที่เหมาะสม

แนวทางการกำหนดวงเงิน

  • ร้านค้าเล็ก / คาเฟ่ — 5 - 10 ล้านบาท
  • ร้านอาหาร / บริการขนาดกลาง — 10 - 30 ล้านบาท
  • โรงแรม / ศูนย์การค้า — 30 - 100 ล้านบาท
  • โรงงาน / ก่อสร้าง — 50 - 200 ล้านบาท

Aggregate Limit vs Per Occurrence Limit

  • Per Occurrence Limit — วงเงินสูงสุดต่อ 1 เหตุการณ์ (เช่น ลูกค้าลื่นล้ม 1 ครั้ง)
  • Aggregate Limit — วงเงินสูงสุดทั้งหมดใน 1 ปีกรมธรรม์ (มักเท่ากับ 2 เท่าของ Per Occurrence)

เบี้ย CGL คิดอย่างไร

เบี้ย CGL คำนวณจาก:

  1. ประเภทธุรกิจ — ร้านอาหารเสี่ยงกว่าออฟฟิศ
  2. พื้นที่ใช้งาน — พื้นที่ใหญ่ เสี่ยงมากขึ้น
  3. รายได้ต่อปี — ธุรกิจขนาดใหญ่ เบี้ยสูงขึ้น
  4. ประวัติการถูกฟ้อง — เคยมีคดีมาก่อน เบี้ยสูงขึ้น
  5. มาตรการรักษาความปลอดภัย — มีกล้องวงจรปิด ป้ายเตือน พื้นกันลื่น เบี้ยลดลง

อัตราเบี้ยโดยประมาณ: ตั้งแต่ 5,000 บาทต่อปีสำหรับร้านค้าเล็ก ไปจนถึงหลักแสนบาทสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่


Checklist: ก่อนซื้อ CGL

  1. สำรวจความเสี่ยงทั้งหมด — ลูกค้าเข้ามาในสถานที่ไหม มีการขนส่งสินค้าไหม มีงานบริการที่ลูกค้าไหม
  2. เช็คสัญญาเช่า — อาคารบางแห่งกำหนดวงเงิน CGL ขั้นต่ำไว้ในสัญญาเช่า
  3. เปรียบเทียบกับ Product Liability — ถ้าธุรกิจผลิตสินค้า อาจต้องมีทั้ง CGL และ PL
  4. ตรวจสอบ Additional Insured — ถ้าเป็นผู้รับเหมา ผู้ว่าจ้างอาจขอให้เป็น Additional Insured ในกรมธรรม์
  5. ทบทวนทุกปี — ธุรกิจเติบโต พื้นที่เพิ่ม กิจกรรมเพิ่ม → วงเงินต้องปรับตาม

CGL คือประกันภัยพื้นฐานที่ธุรกิจทุกประเภทควรมี — Siam Advice Firm พร้อมช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงและออกแบบกรมธรรม์ CGL ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร โรงแรม โรงงาน หรือบริษัทรับเหมา

ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาฟรีได้ที่ LINE: @siamadvicefirm ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ประกันธุรกิจoffice-insurance

ประกัน All Risks สำหรับสำนักงาน: คอมพิวเตอร์พังจากฟ้าร้องฟ้าผ่า เคลมได้จริงหรือ?

พายุเข้าฟ้าร้องแรงจน Server พังหรือคอมพิวเตอร์ออฟฟิศเปิดไม่ติด... มาดูเงื่อนไข 'Electrical Injury' ในกรมธรรม์ All Risks ที่ออฟฟิศ SME ต้องตรวจสอบ

12 พ.ค. 2569
อ่านต่อ
ประกันธุรกิจประกันภัย

ทำไมการทำประกันอัคคีภัยถึงคุ้มค่า พร้อมบทการคำนวณ

การทำประกันอัคคีภัยหรือการทำประกันประเภทอื่นๆ อาจมองว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ในความเป็นจริง การทำประกันภัยถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการปกป้องทรั...

11 พ.ค. 2569
อ่านต่อ
ค่าเสียโอกาสบริหารความเสี่ยง

ประกันเครื่องจักรกระดาษ: ทำไม "ค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ" ถึงสูงกว่าค่าซ่อมเครื่อง 10 เท่า

ในฐานะที่คลุกคลีอยู่กับธุรกิจประกันภัยความเสี่ยงสูงมานานหลายสิบปี โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมการผลิต ไม่ว่าจะเป็นโรงงานพลาสติก ยาง ไม้ หรือกระดาษ ผมได้เห็นบท...

9 พ.ค. 2569
อ่านต่อ

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี เพื่อความมั่นคงของธุรกิจคุณ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด