หลังพายุน้ำท่วมผ่านพ้นไป ภารกิจที่ยากลำบากที่สุดสำหรับผู้ประกอบการไม่ใช่การทำความสะอาดโรงงาน แต่คือการ "เจรจามูลค่าความเสียหายของสินค้า" กับบริษัทประกันภัย หลายธุรกิจต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่บริษัทประกันประเมินว่าสินค้าที่จมน้ำยังคงมี "มูลค่าซาก" (Salvage Value) และนำมาหักลบออกจากยอดเงินชดเชย ทำให้คุณได้รับเงินน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้
ในฐานะที่ปรึกษา Siam Advice Firm พบว่าประเด็นเรื่องค่าซากคือจุดที่เกิดข้อพิพาทมากที่สุดจุดหนึ่งในการเคลมวินาศภัยหน้าฝน วันนี้เราจะมาเจาะลึกกลไกการคิดค่าซาก และเทคนิคที่ช่วยให้คุณรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจได้สูงสุดครับ
1. ค่าซาก (Salvage Value) คืออะไรในทางประกันภัย?
ตามหลักการประกันภัย เมื่อบริษัทประกันจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้คุณเต็มมูลค่าแล้ว "กรรมสิทธิ์ในซากทรัพย์สินนั้นจะตกเป็นของบริษัทประกันทันที"
อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณีบริษัทประกันมักจะเสนอให้คุณ "เก็บซากไว้เอง" แล้วหักเงินส่วนหนึ่งออกจากยอดเคลม (เช่น หักค่าซาก 20-30%) ซึ่งปัญหามักเกิดจากการที่ประกันประเมินค่าซากสูงเกินจริง ขณะที่ในความเป็นจริง สินค้านั้นอาจกลายเป็นขยะที่ไม่สามารถขายต่อได้เลย
2. จุดตายของการเจรจาค่าซากสต็อกสินค้า
Loss Adjuster มักใช้เกณฑ์ต่างๆ ในการประเมินค่าซาก ซึ่งคุณต้องเตรียมข้อมูลเพื่อโต้แย้งดังนี้ครับ:
2.1 สภาพความเปียกชื้นและมาตรฐานสุขอนามัย
สินค้าบางประเภท เช่น อาหาร, ยา, หรือบรรจุภัณฑ์ หากเปียกน้ำท่วม (ซึ่งมักปนเปื้อนเชื้อโรค) จะ "ไม่มีมูลค่าซาก" ตามกฎหมายสาธารณสุข หากประกันพยายามหักค่าซากสินค้ากลุ่มนี้ คุณสามารถใช้ข้อกำหนดทางกฎหมายมายืนยันว่าสินค้าต้องถูกทำลายทิ้ง 100% เท่านั้น (Total Loss)
2.2 ผลกระทบต่อชื่อเสียงแบรนด์ (Brand Protection)
นี่คือประเด็นสำคัญครับ หากคุณเป็นเจ้าของแบรนด์สินค้าพรีเมียม การปล่อยให้สินค้าที่เสียหายจากน้ำท่วมหลุดไปขายในตลาดมือสอง (ผ่านการประมูลซากของประกัน) อาจทำลายชื่อเสียงแบรนด์คุณอย่างกู้คืนไม่ได้ คุณสามารถเจรจาเงื่อนไข "Destruction Clause" เพื่อขอทำลายซากทั้งหมดภายใต้การกำกับดูแล และขอรับเงินชดเชยเต็มจำนวนโดยไม่ต้องหักค่าซาก
2.3 ต้นทุนการคัดแยกและทำความสะอาด
บริษัทประกันมักลืมคิดว่า การที่คุณจะนำสินค้าบางส่วนมาใช้ใหม่ได้ คุณต้องเสียค่าแรงพนักงานและค่าเครื่องจักรในการคัดแยกและทำความสะอาด ซึ่งต้นทุนส่วนนี้ควรนำมาหักลบออกจากมูลค่าซากที่ประกันประเมินไว้
3 เทคนิคเจรจาเคลมน้ำท่วมให้ได้รับเงินชดเชยสูงสุด
Siam Advice Firm แนะนำให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้เพื่อให้การเจรจามีน้ำหนักครับ:
- ขอประมูลซากแบบเปิด (Open Bidding): หากประกันประเมินว่าซากของคุณขายได้ 1 ล้านบาท ให้คุณลองหาบริษัทรับซื้อของเก่ามาประมูลจริง หากเขาให้ราคาเพียง 2 แสนบาท คุณสามารถใช้ใบเสนอราคานั้นยืนยันมูลค่าซากที่แท้จริงกับประกันได้
- แยกประเภทสินค้าอย่างละเอียด: อย่าเหมารวมทั้งโกดัง ให้แยกเป็น "จมมิด" (Total Loss), "จมบางส่วน" (Partial Loss), และ "ได้รับความชื้น" เพื่อให้การประเมินค่าซากเป็นธรรมที่สุดตามสภาพจริง
- ใช้หนังสือรับรองจากวิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญ: หากเป็นเครื่องจักรเฉพาะทางที่แผงวงจรเปียกน้ำ แม้ภายนอกจะดูดี แต่ผู้ผลิตระบุว่าไม่ปลอดภัยในการใช้งาน ข้อมูลเทคนิคนี้คือหลักฐานสำคัญที่ช่วยโต้แย้งเรื่องค่าซากได้ดีที่สุด
ต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม?
ปรึกษาฟรีกรณีศึกษา: ข้อพิพาทเรื่องสต็อกเสื้อผ้าแบรนด์เนมจมน้ำ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ประสบภัยน้ำท่วมทำให้สต็อกเสื้อผ้าในโกดังชั้นใต้ดินเปียกน้ำกว่า 5,000 ชิ้น บริษัทประกันประเมินค่าซากที่ 40% เพราะมองว่า "ซักแล้วยังขายได้"
แต่ Siam Advice Firm ได้เข้าช่วยเจรจาโดยชี้ให้เห็นว่าเสื้อผ้าเหล่านี้เป็นสินค้าลิขสิทธิ์เฉพาะทาง และน้ำท่วมปี 2026 มีการปนเปื้อนของคราบน้ำมันและสารเคมีซึ่งไม่สามารถซักให้สะอาดตามมาตรฐานคุณภาพของแบรนด์ได้ หากนำไปขายซากจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์แบรนด์อย่างรุนแรง
ผลคือบริษัทประกันยอมตกลงเงื่อนไข "Total Destruction" โดยบริษัทประกันยอมจ่ายเคลม 90% ของมูลค่าสินค้า และบริษัทตกลงรับภาระการทำลายซากเอง ช่วยให้ธุรกิจได้รับเงินชดเชยเกือบทั้งหมดและรักษาแบรนด์ไว้ได้
การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่การซื้อประกัน แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงให้ธุรกิจของคุณ — Siam Advice Firm พร้อมเป็นที่ปรึกษาเคียงข้างคุณ ด้วยประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมและ B2B อย่างครบวงจร
หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่ LINE: @siamadvicefirm ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
คู่มือการถ่ายภาพและเก็บหลักฐานน้ำท่วม: ทำอย่างไรให้ประกันอนุมัติเคลมไวใน 7 วัน
หัวใจของการเคลมประกันไม่ใช่แค่ 'เสียหายจริง' แต่คือ 'หลักฐานชัดเจน' มาดูเทคนิคการเก็บข้อมูลความเสียหายน้ำท่วมที่จะทำให้ Loss Adjuster ปฏิเสธคุณไม่ได้
Public Adjuster คือใคร? และทำไมคุณถึงต้องการ 'มืออาชีพส่วนตัว' เมื่อเกิดข้อพิพาทเคลมใหญ่
เมื่อไฟไหม้โรงงาน บริษัทประกันส่ง Loss Adjuster มาประเมินความเสียหาย แต่ใครคือคนที่ยืนเคียงข้างคุณจริงๆ? รู้จัก Public Adjuster ผู้ช่วยส่วนตัวที่จะทำให้คุณได้รับเงินชดเชยที่ยุติธรรมที่สุด
การเรียกร้องสินไหมแบบ Interim Payment: เทคนิคขอเงินประกันมาหมุนเวียนก่อนปิดเคส
เมื่อเกิดความเสียหายใหญ่ เงินหลักล้านต้องใช้ซ่อมแซมโรงงานทันที แต่ประกันยังสรุปยอดไม่จบ... อย่าปล่อยให้ธุรกิจขาดสภาพคล่อง มาดูวิธีขอ 'เงินชดเชยล่วงหน้า' อย่างถูกวิธี