ในการทำประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล (Marine Cargo)ทางทะเล (ประกันภัยขนส่งสินค้าทางทะเล (Marine Cargo)) ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าจำนวนมากมักเลือกเงื่อนไขความคุ้มครองโดยอิงจาก "เบี้ยประกันที่ถูกที่สุด" โดยเฉพาะเงื่อนไข Institute Cargo Clauses (C) หรือ ICC (C) ซึ่งเป็นความคุ้มครองระดับพื้นฐานที่สุด
แต่ในเดือนกันยายนที่คลื่นลมในทะเลแปรปรวนและพายุเข้าอย่างต่อเนื่อง Siam Advice Firm อยากให้ทุกท่านหยุดคิดสักนิดครับ เพราะส่วนต่างของเบี้ยประกันระหว่าง ICC (C) และ ICC (B) ที่อาจต่างกันเพียงหลักร้อยหรือหลักพันบาท อาจเป็นตัวตัดสินว่าคุณจะได้รับเงินชดเชยหลักล้านหรือไม่เมื่อเกิดเหตุ "น้ำเข้าตู้" กลางทะเล
1. จุดบอดของ ICC (C): ความคุ้มครองที่ไม่รวม "น้ำ"
เงื่อนไข ICC (C) ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครอง "วินาศภัยใหญ่" เท่านั้น เช่น เรือไฟไหม้, เรือจม, เรือเกยตื้น หรือเรือชนกัน แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยมักไม่ทราบคือ:
- ICC (C) ไม่คุ้มครอง: สินค้าเปียกน้ำเนื่องจากคลื่นซัดเข้าหาเรือ (Washing Overboard)
- ICC (C) ไม่คุ้มครอง: น้ำทะเลหรือน้ำฝนรั่วเข้าสู่ตู้คอนเทนเนอร์ หรือสถานที่จัดเก็บ
- ICC (C) ไม่คุ้มครอง: สินค้าที่ถูกคลื่นซัดตกจากเรือ (เว้นแต่จะเกิดจากเรือจม)
หากคุณส่งของในหน้ามรสุมด้วยเงื่อนไข (C) แล้วสินค้าเปียกน้ำจนพัง... คุณจะไม่ได้รับเงินชดเชยแม้แต่บาทเดียวครับ!
2. ทำไม ICC (B) ถึงเป็น "ทางเลือกขั้นต่ำ" ที่แนะนำในหน้าฝน?
เงื่อนไข ICC (B) คือความคุ้มครองระดับกลางที่ Siam Advice Firm แนะนำให้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำในช่วงเดือน 9-10 เนื่องจากครอบคลุมภัยที่ (C) ไม่มี ดังนี้ครับ:
- Water Entry Cover: คุ้มครองความเสียหายจากการที่น้ำทะเล, น้ำทะเลสาบ หรือน้ำในแม่น้ำ ไหลเข้ามาในตู้คอนเทนเนอร์, ยานพาหนะ หรือสถานที่เก็บสินค้า
- Washing Overboard: คุ้มครองกรณีสินค้าถูกคลื่นซัดตกจากเรือ หรือเปียกน้ำจากการที่คลื่นซัดขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ
- Total Loss of Package: คุ้มครองกรณีสินค้าตกทะเลทั้งหีบห่อในระหว่างการขนขึ้นหรือขนลงจากเรือ
ตารางเปรียบเทียบ: ความคุ้มครองที่สำคัญในหน้ามรสุม
| ภัยที่เกิดขึ้น | ICC (C) | ICC (B) | ICC (A) | | :--- | :---: | :---: | :---: | | เรือจม / เกยตื้น / ไฟไหม้ | ✅ | ✅ | ✅ | | น้ำทะเลรั่วเข้าตู้คอนเทนเนอร์ | ❌ | ✅ | ✅ | | สินค้าเปียกน้ำฝนระหว่างทาง | ❌ | ✅ | ✅ | | คลื่นซัดสินค้าตกทะเล | ❌ | ✅ | ✅ | | การโจรกรรม / ของหาย | ❌ | ❌ | ✅ |
หมายเหตุ: ICC (A) คือ All Risks ซึ่งคุ้มครองสูงสุดและแนะนำที่สุดสำหรับสินค้าทั่วไป
ICC A/B/C ที่ซื้อไว้เหมาะกับสินค้าคุณไหม?
เช็กเหตุที่คุ้มครอง ข้อยกเว้น และจุดที่ All Risks อาจไม่ได้ตอบทุกกรณี
ตัวอย่างผลลัพธ์
กรณีศึกษา: การนำเข้าเม็ดพลาสติกในช่วงพรสุม บริษัทผู้นำเข้ารายหนึ่งสั่งซื้อเม็ดพลาสติกจากตะวันออกกลาง โดยเลือกทำประกันแบบ ICC (C) เพื่อประหยัดต้นทุน ระหว่างทางเรือเจอพายุหนักทำให้ตู้คอนเทนเนอร์ที่วางอยู่ชั้นบนสุดของดาดฟ้าเรือมีรอยร้าว และน้ำทะเลซึมเข้าไปจนเม็ดพลาสติกกลายเป็นก้อนและชื้นจนใช้งานไม่ได้ เสียหายรวม 2.5 ล้านบาท
เมื่อยื่นเคลม บริษัทประกันปฏิเสธจ่ายโดยอ้างเงื่อนไข ICC (C) ที่ไม่ครอบคลุมภัยจากน้ำซึมเข้าตู้ หากบริษัทนี้ยอมจ่ายเบี้ยเพิ่มอีกเพียง 1,200 บาทเพื่อเป็น ICC (B) หรือ (A) ตามคำแนะนำของ Siam Advice Firm พวกเขาจะได้รับเงินชดเชยคืนเต็มจำนวนทันที
การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่การซื้อประกัน แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงให้ธุรกิจของคุณ — Siam Advice Firm พร้อมเป็นที่ปรึกษาเคียงข้างคุณ ด้วยประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมและ B2B อย่างครบวงจร
หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่ LINE: @siamadvicefirm ครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ตู้นิรภัยอัจฉริยะ (Smart Container): เทคโนโลยีที่ช่วยให้การพิสูจน์เคลมประกันเป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว
ในโลกการขนส่งยุค 2026 ข้อมูลเซนเซอร์ในตู้คอนเทนเนอร์คือ 'พยานเอก' เมื่อเกิดเหตุเคลม มาดูวิธีใช้ Smart Container ลดข้อพิพาทและได้เงินชดเชยไวขึ้น
สินค้าติดด่านหรือศุลกากร: ประกันขนส่ง Marine Cargo คุ้มครองค่าปรับและความล่าช้าหรือไม่?
หนึ่งในคำถามยอดฮิตของผู้ส่งออก-นำเข้า: ถ้าของโดนกักที่ด่าน หรือศุลกากรตรวจแล้วล่าช้าจนของเน่าเสีย ประกันจ่ายไหม? มาหาคำตอบกัน
วิกฤตค่าระวางเรือพุ่งสูง: ทำไมคุณต้องปรับปรุงทุนประกัน Marine Cargo ทันที?
เมื่อค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัยอาจพุ่งสูงเกินกว่ามูลค่าสินค้า การระบุทุนประกันแบบเดิมอาจทำให้คุณ 'ขาดทุน' เมื่อเกิดเคลม มาดูวิธีคำนวณใหม่เพื่อความปลอดภัย