กลับไปหน้าบทความ
Product LiabilityOEMผู้นำเข้าประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์PL insuranceproduct liability ThailandFDI

ผู้ผลิต OEM vs ผู้นำเข้า: ใครต้องซื้อ Product Liability Insurance?

ผู้ผลิต OEM vs ผู้นำเข้า: ใครต้องซื้อ Product Liability Insurance?
Siam Advice Firm
อ่าน 2 นาที

สินค้าเกิดปัญหา: ผู้ผลิต OEM หรือผู้นำเข้าต้องรับผิด?

ธุรกิจที่นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ หรือรับจ้างผลิตแบบ OEM มักมีคำถามสำคัญ: เมื่อสินค้าเกิดทำให้ผู้บริโภคได้รับอันตราย ใครต้องรับผิด? ผู้ผลิตจริงในต่างประเทศ หรือบริษัทที่นำเข้าและจำหน่ายในไทย?

ทั้งสองฝ่ายอาจต้องรับผิด — แต่ระดับความรับผิดแตกต่างกัน

Product Liability ในประเทศไทย: กฎหมายบอกอะไร

พ.ร.บ.ความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจากสินค้าไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551

กฎหมายไทยกำหนดว่า ผู้ประกอบธุรกิจ ทุกฝ่ายในห่วงโซ่อาจต้องรับผิดร่วมกัน:

  • ผู้ผลิต (Manufacturer) — ผู้ที่ผลิตหรือแปรรูปสินค้า
  • ผู้นำเข้า (Importer) — ผู้ที่นำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่ายในราชอาณาจักร
  • ผู้จำหน่าย (Distributor) — ผู้ที่จำหน่ายโดยมีชื่อทางการค้าของตนเอง

ดังนั้น ผู้นำเข้าไม่ได้รอดพ้นความรับผิด เพียงเพราะไม่ได้เป็นผู้ผลิตโดยตรง

OEM: ผู้ผลิตรับจ้าง vs ผู้ว่าจ้าง

ผู้ผลิต OEM (Contract Manufacturer)

ผู้ผลิต OEM ที่ทำสินค้าตามสเปคของผู้ว่าจ้าง ยังมีความรับผิดในฐานะ "ผู้ผลิต" ภายใต้กฎหมาย:

  • หากสินค้าบกพร่องจาก กระบวนการผลิต (Manufacturing Defect)
  • หากใช้วัสดุที่ ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ที่ตกลงกัน
  • หาก ไม่แจ้งเตือน ความเสี่ยงที่ทราบ

ผู้ว่าจ้าง OEM (Brand Owner)

บริษัทที่ว่าจ้าง OEM ผลิตสินค้าแล้วนำมาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ตนเอง มีความรับผิดในฐานะ:

  • ผู้จำหน่าย — ขายภายใต้ชื่อทางการค้าของตน
  • ผู้นำเข้า — หากนำเข้าสินค้าจากโรงงาน OEM ต่างประเทศ
  • ต้องรับผิดต่อ ข้อบกพร่องในการออกแบบ (Design Defect) ที่ตนเป็นผู้กำหนดสเปค

ใครต้องซื้อ Product Liability Insurance?

ผู้ผลิต OEM — ควรมี PL

  • ความรับผิดโดยตรง — เป็น "ผู้ผลิต" ภายใต้กฎหมาย
  • สัญญากับลูกค้า — ผู้ว่าจ้าง OEM มักกำหนดให้ต้องมี PL Insurance
  • คุ้มครองทั่วโลก — หากส่งออก EU/US ต้องมี PL ตามกฎหมายปลายทาง

ผู้นำเข้า/ผู้จำหน่าย — ต้องมี PL

  • รับผิดร่วม — กฎหมายไทยถือว่าผู้นำเข้ามีความรับผิดเท่ากับผู้ผลิต
  • เรียกร้องจากผู้ผลิตต่างชาติยาก — ฟ้องผู้ผลิตในต่างประเทศมีต้นทุนสูง ใช้เวลานาน
  • โฟกัสจากผู้บริโภค — ผู้บริโภคมักฟ้องบริษัทที่อยู่ในไทยก่อน

ดูเพิ่มเติม: Product Liability Insurance สำหรับสินค้าส่งออก EU/US

กรณีศึกษตัวอย่าง

กรณี 1: ผู้นำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้าจากจีน

บริษัท A นำเข้าเครื่องกรองน้ำจากจีน จำหน่ายในไทยภายใต้แบรนด์ของตน เครื่องกรองน้ำรุ่นหนึ่งมีส่วนประกอบที่ไม่ได้มาตรฐาน ทำให้น้ำรั่วไฟช็อตผู้ใช้

ผล: ผู้บริโภคฟ้องบริษัท A (ผู้นำเข้า) เป็นหลัก — ไม่ได้ฟ้องโรงงานในจีน บริษัท A ต้องรับผิดเต็มจำนวน

กรณี 2: OEM ผลิตสินค้าตามสเปคลูกค้า

โรงงาน B รับจ้างผลิตอาหารเสริมตามสูตรที่ลูกค้ากำหนด สินค้ามีส่วนผสมที่ก่ออาการแพ้ในบางคน โดยไม่มีฉลากเตือน

ผล: ทั้งโรงงาน B และลูกค้าที่ว่าจ้างต้องรับผิดร่วม — โรงงาน B ในฐานะผู้ผลิต ลูกค้าในฐานะผู้กำหนดสูตร

อ่านเพิ่มเติม: Product Liability Insurance ครอบคลุมอะไรบ้าง

ควรคุ้มครองแค่ไหน?

วิธีคำนวณ Limit ที่เหมาะสม

1. ดูยอดขายรวม (Annual Revenue)

  • กำหนด Limit ไม่ต่ำกว่า 10% ของยอดขายรวม
  • สำหรับสินค้าส่งออก EU/US ควรมี Limit ไม่ต่ำกว่า USD 1-5 ล้าน

2. พิจารณาประเภทสินค้า

  • สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) — ความเสี่ยงสูง เพราะผู้ใช้จำนวนมาก
  • อุปกรณ์อุตสาหกรรม — ความเสี่ยงปานกลาง จำนวนผู้ใช้น้อยกว่า
  • อาหาร/ยา — ความเสี่ยงสูงมาก ต้องมี Limit สูง

3. ดูตลาดปลายทาง

  • จำหน่ายเฉพาะในไทย — Limit THB 10-50 ล้าน
  • ส่งออก EU — Limit EUR 1-5 ล้าน (ตาม EU Product Liability Directive)
  • ส่งออก US — Limit USD 1-10 ล้าน (ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

1. คิดว่า "ไม่ได้ผลิตเองจึงไม่ต้องรับผิด"

ผิด — กฎหมายไทยถือว่าผู้นำเข้ามีความรับผิดเท่าผู้ผลิต

2. พึ่ง PL ของ OEM ในต่างประเทศอย่างเดียว

PL ของ OEM ต่างชาติอาจไม่คุ้มครองการเรียกร้องในไทย และการเรียกเคลมข้ามประเทศมีความซับซ้อน

3. ไม่มี Hold Harmless Agreement

ควรมีสัญญาระหว่าง OEM และผู้ว่าจ้างที่ระบุชัดเจนว่า:

  • ใครรับผิดในกรณีใด
  • มีการทดสอบสินค้าอย่างไร
  • ใครต้องซื้อ PL Insurance และ Limit เท่าไหร่

สรุป

  1. ผู้นำเข้าต้องมี PL Insurance — กฎหมายไทยถือว่ามีความรับผิดเท่าผู้ผลิต
  2. OEM ควรมี PL ของตนเอง — โดยเฉพาะหากส่งออก EU/US
  3. ทั้งสองฝ่ายควรมี PL แยกกัน — ไม่ควรพึ่งกรมธรรม์ของอีกฝ่ายอย่างเดียว
  4. Limit ขึ้นอยู่กับยอดขาย ประเภทสินค้า และตลาดปลายทาง
  5. มีสัญญา Hold Harmless ระหว่าง OEM และผู้ว่าจ้าง

ปรึกษาฟรีเรื่อง Product Liability Insurance

ทีม Siam Advice Firm พร้อมวิเคราะห์ความเสี่ยงและออกแบบความคุ้มครองที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต OEM หรือผู้นำเข้า

  • Add LINE OA: @siamadvicefirm
เช็กสัญญา OEM

OEM เจ้าของแบรนด์ หรือผู้นำเข้า ใครต้องรับผิดเมื่อสินค้าเสียหาย?

เช็กบทบาทตามสัญญา หนังสือรับรองประกัน และกรมธรรม์ที่ควรแยกความรับผิดให้ชัด

OEMสัญญาหนังสือรับรอง
เริ่มทำแบบประเมิน

ตัวอย่างผลลัพธ์

เรื่องที่ควรเช็ก 172
เรื่องที่ควรเช็ก 248
เรื่องที่ควรเช็ก 336

บทความที่เกี่ยวข้อง

Product Liabilityกรณีศึกษา

กรณีศึกษา: ผู้ผลิตอาหารถูกฟ้องเรื่องสินค้าไม่ปลอดภัย — PL ช่วยอะไรได้บ้าง

ผู้ผลิตอาหารถูกผู้บริโภคฟ้องเรื่องสินค้าทำให้อาเจียน — กรณีศึกษาจริงว่า Product Liability Insurance ช่วยอะไรได้บ้าง ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่

30 พ.ค. 2569
อ่านต่อ
Product LiabilityPL insurance

ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์สำหรับสินค้าส่งออก: ทำไม EU/US Market ถึงบังคับ

ผู้ผลิตไทยที่ส่งออกไป EU และ US ต้องมี Product Liability Insurance — ทำมาจากกฎหมายอะไร คุ้มครองอะไรบ้าง และไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น

24 พ.ค. 2569
อ่านต่อ
ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์product liability insurance

ประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ คืออะไร: คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ผลิตไทย

เข้าใจ Product Liability Insurance ตั้งแต่พ.ร.บ.2551 ความคุ้มครอง ข้อจำกัด ความแตกต่างจาก Professional Indemnity ไปจนถึงกรณีศึกษาจริง — ทุกสิ่งที่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยต้องรู้

17 พ.ค. 2569
อ่านต่อ

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี เพื่อความมั่นคงของธุรกิจคุณ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด