ในยุคที่ข้าวของแพงและเศรษฐกิจฝืดเคือง การมองหาวิธี "ลดรายจ่าย" ในส่วนที่จำเป็นอย่างประกันอัคคีภัยบ้าน กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของเจ้าของบ้านหลาย ๆ คนครับ
บางคนเลือกที่จะตัดความคุ้มครองทิ้งไปดื้อๆ เพื่อให้เบี้ยถูกลง (ซึ่งเป็นวิธีที่อันตรายมาก!) วันนี้เรามี "5 เทคนิคลดเบี้ยประกันบ้านอย่างชาญฉลาด" มาฝาก รับรองว่าจ่ายเงินน้อยลง แต่ยังนอนหลับฝันดีเพราะบ้านได้รับการปกป้อง 100% เหมือนเดิมแน่นอนครับ
1. ติดตั้งอุปกรณ์ระงับเหตุและระบบรักษาความปลอดภัย
เช่นเดียวกับเวลาที่เราทำ ประกันอัคคีภัยโรงงาน ที่ถ้าโรงงานไหนมีระบบสปริงเกอร์ฉีดน้ำ หรือเซนเซอร์ตรวจจับควัน เบี้ยประกันก็จะถูกลงมหาศาล ... สำหรับบ้านเรือนก็เช่นกันครับ! หากบ้านคุณติดตั้งสิ่งเหล่านี้ ให้รีบถ่ายรูปแล้วยื่นให้โบรกเกอร์ดู เพื่อขอรับ "ส่วนลดพิเศษ" ทันที:
- ถังดับเพลิงเคมีประจำบ้าน (มีทุกชั้นยิ่งดี)
- เครื่องตรวจจับควันไฟ / ความร้อน (Smoke Detector) ติดตั้งบนเพดาน
- กล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบสัญญาณกันขโมยที่ลิงก์กับมือถือ
2. ทำสัญญาระยะยาว (Long-Term Policy) แบบเหมาจ่าย
หลายคนชินกับการซื้อประกันปีต่อปี แต่ความลับในวงการคือ "ยิ่งคุณทำสัญญาระยะยาว เบี้ยจะยิ่งถูกลงแบบก้าวกระโดด" เช่น เบี้ยประกันปีละ 2,000 บาท
- ถ้าคุณซื้อแบบ 1 ปี = แตะ 2,000 บาท
- ถ้าคุณซื้อแบบ 3 ปีรวด = คุณอาจจ่ายแค่ 5,000 บาท (เซฟไปเกือบพัน!) ลองสอบถามตัวแทนของคุณแบบ "กางตารางเทียบ 1 ปี กับ 3 ปีด"ู คุณจะเห็นส่วนต่างที่คุ้มค่ามากครับ
3. เพิ่มค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible)
เทคนิคนี้เหมาะกับคนที่ดูแลบ้านดี แต่อยากเน้นเคลมแค่ "เคสหนักๆ" เท่านั้น การใส่เงื่อนไขความรับผิดส่วนแรก (Deductible) เช่น สมมติเราเลือก Deductible ไว้ที่ 5,000 บาท ความหมายคือ หากเกิดความเสียหายเล็กน้อย เช่น 3,000 บาท คุณจะเคลมไม่ได้ (ควักกระเป๋าจ่ายเอง) แต่ถ้าบ้านไฟไหม้เสียหายไป 1 แสน ประกันจะหัก 5,000 แรกของคุณออก และเหมาจ่าย 95,000 บาทที่เหลือทั้งหมด
การยอมรับความเสียหายก้อนแรกไว้เอง จะแลกมากับเบี้ยประกันรายปีที่ "ถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ" ครับ
4. ปรับลดทุนประกันส่วน "เฟอร์นิเจอร์เสื่อมสภาพ" ให้เหมาะสม
เฟอร์นิเจอร์บางชิ้นมีอายุการใช้งาน สมมติเมื่อ 10 ปีก่อนคุณบุอินโซฟาหลุยส์ราคาครึ่งแสน แต่ปัจจุบันสภาพมันเก่ากรัง คุณอาจไม่ต้องใส่ทุนประกันเผื่อโซฟาตัวนี้ไว้เต็ม 100% แล้วก็ได้ การตัดลดมูลค่าทรัพย์สินตามจริง (ในหมวดของตกแต่ง) ลงมาให้สะท้อนความจริง จะช่วยดึงเบี้ยภาพรวมให้เบาลงได้ครับ
5. เปรียบเทียบผ่าน "โบรกเกอร์ (Broker)" เสมอ
ถ้าคุณเดินเข้าไปซื้อประกันผ่านหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร คุณก็จะเจอแต่ราคาแบรนด์เดียวและโปรโมชั่นเดียวของธนาคารนั้นๆ แต่ถ้าคุณให้โบรกเกอร์จัดการประลองราคา (Quotation Bidding) โบรกเกอร์จะเอาบ้านคุณไปขอราคากับ 3-4 แบรนด์ดัง และคัดเลือกเจ้าที่ตีราคา "เบี้ยรับความเสี่ยง" ได้คุ้มที่สุดมาให้คุณตัดสินใจ
ประกันบ้านที่มีอยู่คุ้มเรื่องที่คุณกังวลจริงไหม?
เช็กทุนประกัน ภัยเสริม ของในบ้าน ความรับผิด และเอกสารเคลมใน 2 นาที
ตัวอย่างผลลัพธ์
อยากจ่ายเบี้ยประกันบ้านให้ถูกลงโดยไม่ต้องตัดหางปล่อยวัดบ้านตัวเองใช่ไหม? ให้ทีมงาน Siam Advice Firm นำเสนอออปชั่นที่ใช่ที่สุด สำหรับบ้านของคุณ ทักมาเช็กเบี้ยฟรีได้เลยวันนี้ที่ LINE: @siamadvicefirm
บทความที่เกี่ยวข้อง
โปรแกรมเลิกบุหรี่ในองค์กร: การลงทุนที่ช่วยลดอัตราการเจ็บป่วยและเบี้ยประกันกลุ่มได้ในระยะยาว
พนักงานที่สูบบุหรี่มีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพสูงกว่าปกติ 25% มาดูวิธีเปลี่ยนออฟฟิศให้เป็น Smoke-free Zone เพื่อลด Loss Ratio และสร้างความอุ่นใจในการต่ออายุประกัน
ปรับปรุงบ้านโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน: ผลกระทบต่อสิทธิ์เคลม
ปรับปรุง/ต่อเติมบ้านโดยไม่แจ้งบริษัทประกัน: ผลกระทบต่อสิทธิ์เคลมและวิธีแจ้งให้ถูกต้อง
ไทม์ไลน์เคลมประกันบ้านฉบับสมบูรณ์: ตั้งแต่แจ้งเหตุจนได้เงิน
ไทม์ไลน์เคลมประกันบ้านตั้งแต่แจ้งเหตุจนได้รับเงินชดเชย: ขั้นตอน เอกสาร และระยะเวลาที่ต้องรู้