เวลาต้องตัดสินใจเลือกซื้อ "ประกันบ้าน" ไม่ว่าจะซื้อใหม่หรือต่ออายุ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์เทคนิคของบริษัทประกันที่ชวนงง เช่น แผนนี้เป็นแบบ "อัคคีภัยมาตรฐาน" นะ ส่วนแผนนั้นเป็นแบบ "ความเสี่ยงภัยทุกชนิด (IAR)" ซึ่งความแตกต่างของสองคำนี้ มีผลอย่างมากต่อเหตุการณ์เบิกเคลมในชีวิตจริง
เพื่อให้คุณเลือกแผนประกันได้คุ้มค่าเงินทุกบาทและตรงกับความเสี่ยงของบ้านคุณที่สุด วันนี้เราจะมาสรุปความแตกต่างให้เข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องเปิดพจนานุกรมแปลความหมายกรมธรรม์ครับ
1. ประกันอัคคีภัยแบบมาตรฐาน (Named Perils)
ประกันรูปแบบนี้คือเบสิคที่สุด และมักจะเป็นแบบที่ ถูกแนบมาแพ็กคู่กับสินเชื่อบ้านของธนาคาร (ที่มีเบี้ยราคาถูกที่สุดนั่นเอง)
- หลักการทำงาน: คุ้มครองแบบ "ระบุภัย" (Named Perils) หมายความว่า อะไรที่ระบุชื่อไว้ในกรมธรรม์ หากเกิดเหตุขึ้น ประกันจะจ่าย แต่ถ้าไม่ได้ระบุชื่อไว้... ไม่จ่ายครับ
- ครอบคลุมอะไรบ้าง: โดยทั่วไปจะคุ้มครองภัยหลัก 6 ประการ ได้แก่ ไฟไหม้, ฟ้าผ่า, ระเบิด, ภัยจากยานพาหนะ, ภัยจากอากาศยาน และภัยจากน้ำ (เช่น ท่อน้ำในบ้านแตก ไม่ใช่น้ำท่วมจากฝนตก)
- จุดอ่อน: ไม่ครอบคลุมภัยธรรมชาติอย่าง ลมพายุ, แผ่นดินไหว, หรือน้ำท่วมจากสภาพแวดล้อม (เว้นแต่คุณจะซื้อพ่วงเป็นส่วนขยายพิเศษ)
- ใครควรเลือกแบบนี้?: บ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยมากๆ ไม่เสี่ยงน้ำท่วม ไม่ค่อยเจอพายุ และมีงบประมาณจำกัด
2. ประกันสรรพภัยบ้าน / คุ้มครองความเสี่ยงภัยทุกชนิด (All Risks / IAR)
ในฝั่งขององค์กรและโรงงาน เรามักจะได้ยินคำว่า IAR (Industrial All Risks) พอมาอยู่ในหมวดบ้านพักอาศัย บางที่จะเรียกว่า Home All Risks หรือสรรพภัยบ้าน
- หลักการทำงาน: ทำงานตรงกันข้ามกับแบบแรกเลยครับ ความคุ้มครองแบบ All Risks คือ "คุ้มครองทุกอย่าง... ยกเว้นสิ่งที่ระบุว่าไม่คุ้มครอง"
- ครอบคลุมอะไรบ้าง: แทบทุกความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือภัยภายนอกที่ไม่คาดคิด! ตั้งแต่ ไฟไหม้ น้ำท่วม พายุ โจรกรรมงัดแงะ กระจกแตก ไปจนถึงความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (เช่น ต้นไม้บ้านเราล้มไปทับรถเพื่อนบ้าน)
- ข้อยกเว้นหลักๆ (ที่ไม่คุ้มครอง): ความเสื่อมสภาพตามกาลเวลา, ปลวกกิน, สงคราม, นิวเคลียร์, หรือเจตนาทำลายทรัพย์สินตัวเอง
- ใครควรเลือกแบบนี้?: คนที่อยากได้ความ "อุ่นใจ" ขั้นสุด, บ้านที่มีเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งราคาสูง, บ้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก หรือปลูกต้นไม้ใหญ่เยอะ
เปรียบเทียบเบี้ยประกัน
แน่นอนครับว่าแบบ All Risks มักจะเบี้ยประกันสูงกว่าแบบ "อัคคีภัยมาตรฐาน" อยู่บ้าง (อาจจะแพงกว่าหลักร้อยเบื้องต้น) แต่เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่คุณปัดโอนให้บริษัทประกันรับผิดชอบไปทั้งหมด เช่น หากพายุพัดหลังคาเปิดแล้วฝนสาดใส่วอลเปเปอร์และทีวีพัง แบบ All Risks จ่ายให้ครบกระบวนการ
ประกันบ้านที่มีอยู่คุ้มเรื่องที่คุณกังวลจริงไหม?
เช็กทุนประกัน ภัยเสริม ของในบ้าน ความรับผิด และเอกสารเคลมใน 2 นาที
ตัวอย่างผลลัพธ์
บ้านคุณเหมาะกับแบบไหน? แนะนำทริคเล็กๆ
หากคุณจำเป็นต้องต่อประกันกับธนาคารเจ้าเดิม ลองขออัปเกรดแผนพ่วงความคุ้มครองน้ำท่วมหรือโจรกรรมเข้าไปดูครับ หรือถ้าคุณอยากอิสระเต็มที่ คุณสามารถไปเปรียบเทียบหาประกันบ้านแบบ All Risks ดีๆ จากบริษัทอื่นมาสวมแทนได้
ข้อแนะนำอีกอย่างคือ หากตัวบ้านคุณมีการทำธุรกิจควบคู่ไปด้วย (เป็น Home Office หรือกึ่งโกดังสต๊อกของ) ประกันบ้านธรรมดาอาจจะไม่คุ้มครองสินค้านะครับ คุณควรปรึกษาโบรกเกอร์เพื่อพิจารณาทำ ประกันกิจการ หรือประกันทรัพย์สินธุรกิจ เพื่อให้คุ้มครองได้ตรงจุดกว่า
ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย หรือตึกอาคารสำหรับธุรกิจ หากคุณต้องการที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงหรืออยากเช็กเบี้ยประกันภัยให้ได้ข้อเสนอที่ดีที่สุด สามารถสอบถาม Siam Advice Firm ได้ที่ LINE: @siamadvicefirm เราพร้อมคัดสรรกรมธรรม์และดูแลตอนเคลมให้คุณครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ประกันบ้านจำเป็นแค่ไหน? เคลียร์ชัด ประกัน MRTA คุ้มครองสินเชื่อ vs ประกันอัคคีภัยบ้าน
ซื้อบ้านใหม่ แบงก์ให้ทำประกันเพียบ! สรุปแล้วประกัน MRTA คุ้มครองสินเชื่อ กับ ประกันอัคคีภัยบ้านภาคบังคับ ต่างกันอย่างไร อันไหนจำเป็นกว่ากัน หาคำตอบได้ที่นี่
การเคลมประกันภัยบ้านและทรัพย์สิน: วิธีการและเอกสารที่จำเป็น
การเคลมประกันภัยบ้านและทรัพย์สินเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการขอรับค่าชดเชยจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของคุณ ไม่ว่าจะเป็นจากไฟไหม้ น้ำท่วม การโจรกรรม...
การเลือกประกันภัยบ้านและทรัพย์สินสำหรับเจ้าของบ้าน
การทำประกันภัยบ้านและทรัพย์สินเป็นการวางแผนที่สำคัญเพื่อคุ้มครองทรัพย์สินที่มีค่าของคุณจากความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม การโจรกรรม และภัยธ...
