ในยุคที่ทุกอย่างตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบถูกแพ็กขึ้นไปขายบนห้างสรรพสินค้าดิจิทัล การที่เราจะเลือกซื้อ "ประกันบ้านและคอนโด" ผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Insurance Aggregator) ถือเป็นเรื่องที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดครับ
เหตุผลที่คนชอบซื้อออนไลน์คือ สะดวก ไม่ต้องนั่งคุยกับเซลส์นานๆ แถมมีโปรโมชั่นแจกบัตรเติมน้ำมัน แจกแต้ม ดึงดูดความสนใจกันสุดขีด... แต่ก็นั่นแหละครับ "ความสะดวกมักจะตามมาด้วยความเสี่ยง" ถ้าคุณคลิกซื้อโดยที่ไม่ได้อ่านบรรทัดตัวเล็กๆ ให้แตกฉานเสียก่อน
วันนี้เราขอสรุป "กฎ 3 ข้อของการช้อปปิ้งออนไลน์หมวดประกันภัย" ที่จะทำให้คุณได้ของดีชัวร์ ไม่ต้องมานั่งโวยวายตอนเคลมทีหลังครับ
1. อย่าโดนป้าย "เบี้ยถูกสุดช็อก" หลอกตา
บางแพลตฟอร์มจะยิงแอดด้วยตัวเลขเบี้ยประกันภัยที่ถูกจนน่าตกใจ (เช่น เพียง 900 บาท/ปี!) แต่ความจริงก็คือ สินค้าราคาถูกนั้นมักจะเป็น "กรรมธรรม์แบบพื้นฐาน (Basic Fire Policy)" ที่ ไม่ได้พ่วงภัยน้ำท่วม ภัยพายุ โจรกรรม หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าใดๆ ให้เลย
- ทริค: ให้มองหาแพ็กเกจที่เขียนว่า "อัคคีภัยแบบครอบคลุม (All Risks)" หรือมีลิสต์รายการระบุว่า พร่อมภัยคุ้มครองส่วนเพิ่ม (Extended Perils) อย่างชัดเจน ถึงจะคุ้มสมราคาครับ
2. ตรวจสอบ "อัตราความรับผิดส่วนแรก (Deductible)"
ตรงนี้มักจะซ่อนอยู่ในไฟล์เงื่อนไข PDF แบบละเอียดครับ โปรดสังเกตให้ดีว่าในหน้าเว็บนั้น มีการกำหนดให้คุณต้อง "จ่ายค่าตกใจ" ตอนเกิดเหตุหรือไม่? มีหลายเคสที่เบี้ยรายปีถูกมาก แต่มี Deductible ซ่อนอยู่ 3,000 บาทต่อเหตุการณ์ แปลว่าไฟไหม้บ้านเสียหายไป 5,000 คุณเบิกบริษัทได้แค่ 2,000 เพราะต้องควักกระเป๋าตัวเองจ่ายก่อน 3,000 แรกนั่นเอง ถ้าไม่อยากเจ็บตัว เลือกแพ็กเกจที่ "ไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก" เอาไว้ก่อนจะเซฟสุดครับ
3. ใครจะเป็นคน "ประสานงานเคลม" ให้คุณ?
นี่คือจุดตายของการซื้อประกันออนไลน์แบบ Direct ครับ: เวลาซื้อหน้าเว็บ... คุณแค่รูดบัตรจ่ายแล้วจบ! แต่เวลาที่ไฟไหม้บ้าน หรือน้ำท่วมตอนตีสอง... คุณคงไม่สามารถล็อคอินเข้าเว็บไซต์เพื่อไปกดปุ่มขอเคลมได้ใช่มั้ยครับ?
- คุณต้องมั่นใจว่า แพลตฟอร์มหรือโบรกเกอร์ที่คุณซื้อนั้น เขามี "ช่องทางบริการหลังการขาย" หรือมีนายหน้าส่วนตัวที่คอยเป็นที่ปรึกษา ช่วยประสานงานตามเช็คชดเชยกับบริษัทประกันแม่ให้คุณจริงๆ ไม่ใช่ซื้อเสร็จแล้วปล่อยทิ้งให้คุณไปทะเลาะกับสำนักงานใหญ่เองทั้งหมด
ประกันบ้านที่มีอยู่คุ้มเรื่องที่คุณกังวลจริงไหม?
เช็กทุนประกัน ภัยเสริม ของในบ้าน ความรับผิด และเอกสารเคลมใน 2 นาที
ตัวอย่างผลลัพธ์
บทสรุป
การซื้อประกันออนไลน์ช่วยประหยัดเวลา แต่การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนคลิกซื้อ จะช่วยประหยัดน้ำตาในยามคับขันครับ ไม่เว้นแม่แต่ผู้บริหารที่ซื้อ ประกันขนส่งสินค้า หรือจัดการออฟฟิศขนาดใหญ่ เขาก็ยังต้องรบเร้าให้ Broker คอยชี้แนะช่องโหว่ทางกฎหมายก่อนสะบัดปากกาเซ็นเสมอ
ไม่ต้องเสี่ยงกดซื้อเดาแรนด้อมเอง! ให้ Siam Advice Firm (LINE: @siamadvicefirm) เข้ามาเป็นพาร์ทเนอร์ข้างกายคุณ เราคือ Digital Broker ที่ใช้เทคโนโลยีเปรียบเทียบเบี้ยประกันสุดคุ้มมาเสิร์ฟให้คุณบนมือถือ แต่ยังคงคอนเซปต์ "ตัวเป็นๆ ให้คำปรึกษาและประสานแจ้งเคลม" ให้คุณอุ่นใจ 24 ชั่วโมงครับ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กู้ผ่านแล้ว ทิ้งประกันได้ไหม? ไขข้อข้องใจระยะเวลาคุ้มครอง และการต่ออายุ
หลายคนที่กู้บ้านผ่านแล้ว อาจเกิดความสงสัยว่า 'ประกันอัคคีภัยที่แบงก์ให้ทำตอนแรก พอหมดอายุเราทิ้งไปเลยไม่ต่อได้ไหม?' มาดูความจริงตามกฎหมายและธนาคารกันครับ
ซื้อบ้านใหม่ ธนาคารบังคับทำประกันพ่วงสินเชื่อ... จริงๆ แล้วเราเลือกเองได้ไหม?
ไขข้อข้องใจยอดฮิตของคนกู้ซื้อบ้าน เมื่อธนาคารเชียร์(กึ่งบังคับ)ให้ทำประกัน คุ้มครองสินเชื่อ (MRTA) และประกันอัคคีภัย เรามีสิทธิ์ปฏิเสธหรือไปหาซื้อเองได้หรือไม่?
ฝนตกหนักน้ำท่วมบ้าน (จากนอกบ้าน) vs ท่อแตกข้างในบ้าน ประกันอัคคีภัยแบบไหนจ่าย?
หน้าฝนระทึก! น้ำทะลักเข้าบ้านทำเฟอร์นิเจอร์พัง กับท่อน้ำประปาในบ้านแตกจนน้ำท่วมห้อง ประกันอัคคีภัยมอง 2 เคสนี้เหมือนกันหรือไม่? สรุปเคลมได้ไหม?
