กลับไปหน้าบทความ
บริหารความเสี่ยงประกันธุรกิจประกันภัยธุรกิจหยุดชะงประกันภัยธุรกิจเสี่ยงภประกันอัคคีภัย

ความแตกต่างระหว่างประกันภัย BI และ CBI: ดัชนีชี้วัดความเข้าใจในความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน

ความแตกต่างระหว่างประกันภัย BI และ CBI: ดัชนีชี้วัดความเข้าใจในความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทาน
Siam Advice Firm
อ่าน 1 นาที

ในแวดวงอุตสาหกรรมความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานพลาสติก ยาง ไม้ หรือกระดาษ การให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือหลายครั้งประกันภัยที่คิดว่าครอบคลุมแล้วกลับไม่เพียงพอเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นจริง โดยจุดที่มักเกิดช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดคือความคุ้มครองด้านการหยุดชะงักทางธุรกิจ ซึ่งอาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างประกันภัยคุ้มครองการหยุดชะงักทางธุรกิจ (ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (BI) – BI) และประกันภัยคุ้มครองการหยุดชะงักทางธุรกิจอันเนื่องมาจากการขยายผล (Contingent ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (BI) – CBI)

ดังนั้น หากโบรคเกอร์ประกันภัยไม่เคยหยิบยกหรืออธิบายความแตกต่างระหว่าง BI และ CBI รวมถึงความสำคัญของมันต่อธุรกิจอย่างลึกซึ้ง นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการมองภาพความเสี่ยงที่ไม่รอบด้าน ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่ทำให้ธุรกิจไม่ได้รับการเยียวยาที่เหมาะสมเมื่อประสบปัญหา

ในโลกของอุตสาหกรรมการผลิตที่มีความซับซ้อนและพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานสูง ความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในรั้วโรงงานของตนเองเท่านั้น

เช็ก BI

ถ้าไลน์ผลิตหยุด 30 วัน เงินสดพอไหม?

ประเมินความพร้อมเรื่อง Business Interruption, gross profit และ indemnity period แบบเร็ว

BIGross profitCash flow
เริ่มทำแบบประเมิน

ตัวอย่างผลลัพธ์

เรื่องที่ควรเช็ก 172
เรื่องที่ควรเช็ก 248
เรื่องที่ควรเช็ก 336

BI คืออะไร และเหตุใดจึงอาจไม่เพียงพอ

โดยทั่วไปแล้ว ประกันภัย BI (ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (BI)) จะคุ้มครองการสูญเสียรายได้หรือกำไรจากการดำเนินงานที่หยุดชะงักลงโดยตรงจากเหตุการณ์ความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยไว้ภายในสถานประกอบการของตนเอง เช่น อัคคีภัย เครื่องจักรเสียหาย หรืออุทกภัย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นพื้นฐานที่ทุกโรงงานควรมี แต่ในสถานการณ์ที่โรงงานสามารถผลิตได้ตามปกติ แต่กลับไม่สามารถจัดหาวัตถุดิบได้ หรือไม่สามารถส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นในโรงงานโดยตรง แต่ส่งผลกระทบให้ไม่สามารถสร้างรายได้เช่นกัน ซึ่งประกันภัย BI แบบพื้นฐานจะไม่สามารถให้ความคุ้มครองความเสียหายในกรณีเช่นนี้ได้

CBI: หัวใจสำคัญที่มักถูกมองข้ามในการคุ้มครองห่วงโซ่อุปทาน

จุดนี้คือส่วนที่ CBI (Contingent ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (BI)) เข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่สำคัญ CBI คือประกันภัยที่ขยายความคุ้มครองไปยังความเสียหายจากการหยุดชะงักทางธุรกิจที่เกิดจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ณ สถานที่ของคู่ค้าสำคัญในห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็น:

  • ผู้ส่งมอบ (Suppliers): หากโรงงานของซัพพลายเออร์ที่ส่งมอบวัตถุดิบสำคัญเกิดอัคคีภัย เครื่องจักรเสียหาย หรือต้องหยุดการผลิต ย่อมส่งผลให้กระบวนการผลิตต้องหยุดชะงักตามไปด้วย แม้ว่าโรงงานของตนเองจะปลอดภัยดีก็ตาม

  • ผู้รับ (Receivers/Customers): หากโรงงานของลูกค้าหลักประสบเหตุภัยพิบัติ ทำให้ไม่สามารถรับสินค้าได้ ก็จะส่งผลให้เกิดการสูญเสียรายได้และช่องทางการจำหน่าย

  • แหล่งสาธารณูปโภค (Utilities): หากโรงไฟฟ้าหรือระบบประปาที่จ่ายให้กับโรงงานเกิดขัดข้อง จนไม่สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าหรือน้ำได้ตามปกติ ก็ย่อมส่งผลให้โรงงานต้องหยุดการผลิตไปโดยปริยาย

โบรคเกอร์ที่มีความเป็นมืออาชีพจะไม่เพียงแค่นำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัย แต่จะลงลึกเพื่อทำความเข้าใจว่าธุรกิจนั้นต้องพึ่งพาคู่ค้ารายใดบ้าง ทั้งต้นน้ำและปลายน้ำ เพื่อประเมินว่าควรขยายความคุ้มครอง CBI ไปยังคู่ค้ารายใด และวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นนอกรั้วโรงงานอย่างรอบด้าน

บทเรียนจากกรณีศึกษาของโรงงานพลาสติก

กรณีศึกษาหนึ่งที่สะท้อนถึงความสำคัญของ CBI คือเรื่องราวของโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกรีไซเคิลรายใหญ่ที่ป้อนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์หลายแห่ง โรงงานนี้มีประกัน BI คุ้มครองอย่างเต็มที่และเชื่อว่ามีความปลอดภัยแล้ว วันหนึ่งเกิดเหตุอัคคีภัยรุนแรงขึ้นที่โรงงานเคมีภัณฑ์ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์รายใหญ่ที่สุดที่ส่งวัตถุดิบหลักให้ แม้เหตุการณ์จะไม่ได้เกิดขึ้นในโรงงานของตนเอง แต่เมื่อซัพพลายเออร์หยุดชะงัก การผลิตของโรงงานพลาสติกก็ต้องหยุดตามไปด้วยทันที เนื่องจากไม่สามารถหาวัตถุดิบสำรองได้ในปริมาณที่เพียงพอ ทำให้เกิดความเสียหายจากการขาดรายได้มูลค่าหลายสิบล้านบาทต่อสัปดาห์

โชคดีที่แผนประกันภัยของโรงงานแห่งนี้ได้มีการเพิ่มความคุ้มครอง CBI สำหรับซัพพลายเออร์รายดังกล่าวไว้ในกรมธรรม์ ผลคือโรงงานสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนภายใต้กรมธรรม์ CBI ได้ ซึ่งช่วยพยุงสถานะทางการเงินของบริษัทในระหว่างที่ต้องหยุดผลิตไปกว่าสองเดือน และทำให้สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว หากปราศจากความคุ้มครอง CBI ที่เหมาะสม โรงงานแห่งนี้จะต้องแบกรับภาระการขาดทุนทั้งหมดด้วยตัวเอง ซึ่งอาจร้ายแรงถึงขั้นต้องปิดกิจการได้

สรุป

การมีประกันภัย BI เป็นสิ่งจำเป็น แต่การที่โบรคเกอร์สามารถอธิบายความแตกต่าง ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็น และช่วยออกแบบความคุ้มครอง CBI ที่เหมาะสมได้นั้น ย่อมแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในธุรกิจอย่างลึกซึ้ง และความสามารถในการมองเห็นความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือขอบเขตปกติ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการขายกรมธรรม์ แต่คือการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่แท้จริง ที่จะช่วยปกป้องธุรกิจจากวิกฤติได้อย่างรอบด้าน

ดังนั้น หัวข้อสำคัญที่ควรหยิบยกขึ้นมาปรึกษากับโบรคเกอร์ประกันภัยคือ ความแตกต่างระหว่าง BI และ CBI รวมถึงการประเมินความเสี่ยงจากห่วงโซ่อุปทานอย่างครบถ้วน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจจะได้รับความคุ้มครองอย่างเหมาะสมและครอบคลุมที่สุด


การบริหารความเสี่ยงไม่ใช่แค่การซื้อประกัน แต่คือการวางรากฐานความมั่นคงให้ธุรกิจของคุณ — Siam Advice Firm พร้อมเป็นที่ปรึกษาเคียงข้างคุณ ด้วยประสบการณ์ในการบริหารความเสี่ยงภาคอุตสาหกรรมและ B2B อย่างครบวงจร

หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่ LINE: @siamadvicefirm ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

บริหารความเสี่ยงประกันธุรกิจ

การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับบริษัทประกันภัย: กลยุทธ์สำหรับธุรกิจความเสี่ยงสูง

สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานที่มีความเสี่ยงสูงอย่างพลาสติก, ยาง, ไม้, หรือกระดาษ การประมูลหาบริษัทประกันภัยใหม่ในทุกๆ ปี ด้วยความเชื่อว่าจะช่วยใ...

19 มี.ค. 2569
อ่านต่อ
การเตรียมตัวเคลมบริหารความเสี่ยง

การเตรียมเอกสารสำคัญ 3 ประเภทล่วงหน้าเพื่อการเรียกร้องสินไหมทดแทนที่มีประสิทธิภาพ

ในอุตสาหกรรมการผลิตที่มีความเสี่ยงสูง เช่น โรงงานพลาสติก, ยาง, ไม้, และกระดาษ มีความเข้าใจผิดประการหนึ่งที่ค่อนข้างอันตราย คือการเชื่อว่า "ภาพถ่าย" หลังจ...

1 มี.ค. 2569
อ่านต่อ
ความเสี่ยงโรงงานบริหารความเสี่ยง

การประเมินเบี้ยประกันภัย: ความเสี่ยงของความคุ้มครองราคาถูกสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น พลาสติก, ยาง, ไม้, และกระดาษ การตัดสินใจเลือกเบี้ยประกันที่ถูกที่สุดโดยไม่พิจารณาถึงความคุ้มครองที่แท้จริง...

26 ก.พ. 2569
อ่านต่อ

ปรึกษาฟรี

ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญของเราฟรี เพื่อความมั่นคงของธุรกิจคุณ ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีข้อผูกมัด